มาดูแสนยานุภาพทางทหารในYou Tube กันครับ

<< < (14/24) > >>

HS8EVL:
   เวียดนามมีสิทธิ์ได้ Su-35 ส้มหล่นจากรัสเซีย
  
   ASTVผู้จัดการออนไลน์ -- เวียดนามมีโอกาสที่จะได้รับ Su-35 จากรัสเซียจำนวน 1 ลำ เพื่อทดแทนเครื่อง Su-30MK2V ที่เกิดอุบัติตกลงวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ระหว่างขึ้นฝึกบินทดสอบ ทั้งนี้เป็นไปตามหลักวิธีปฏิบัติที่ฝ่ายรัสเซียจะชดเชยให้ผู้เสียหายด้วยเครื่องบินที่มีสมรรถนะเหนือกว่าเสมอมา สำนักข่าวกลาโหมหลายแห่งรายงานโดยอ้างความเห็นของนักวิเคราะห์
      
       เครื่อง Su-30MK2V ที่ตกนั้นเป็นหนึ่งใน 12 ลำที่เวียดนามเซ็นสัญญาซื้อเมื่อปี 2553 และ เป็นหนึ่งใน 4 ลำลอตสุดท้าย ที่รัสเซียกำลังจะส่งมอบให้เวียดนามในช่วงกลางปีนี้ การเปิดสายการผลิตเครื่องบินรุ่นเก่าขึ้นมาอีกไม่ใช่วิธีปฏิบัติ
      
       แต่การจะชดเชยด้วยเครื่องบินรบยุคที่ 4 อย่าง Su-35 หรือไม่นั้น ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากบริษัทโรโซโบรอนเอ็กซ์พอร์ต (Rosoboronexport) ซึ่งเป็นบริษัทผู้ค้าเครื่องบินในเครือซูคอย ภายใต้กระทรวงกลาโหม
      
       ตามรายงานในเว็บไซต์ข่าวอุตสาหกรรมการบินรัสเซีย “คอมเมอร์ซานต์” (Kommersant) นายอเล็กซ์ เพตราคอฟ (Alex Petrakov) ผู้อำนวยการศูนย์ประกันภัยธุรกิจรัสเซีย ได้ยืนยันในสัปดาห์นี้ว่า จะต้องจ่ายชดเชยให้แก่ลูกค้าเท่ากับมูลค่าของ Su-30MK2 คือราว 48 ล้านดอลลาร์
      
       แต่แหล่งข่าวในวงการค้าอาวุธกล่าวว่า การชดเชยเป็นเงินนั้นเป็นสิ่งที่ไม่เคยปฏิบัติมาก่อนและไม่เพียงแต่ค่าเครื่องบินเท่านั้น ยังหมายถึงจะต้องจ่ายเป็นค่าปรับ รวมทั้งค่าส่งมอบที่ล่าช้าเลยกำหนดตามสัญญาอีกด้วย ยิ่งเนิ่นนานก็ยิ่งสูญเสียหนัก
      
       ในทางปฏิบัตินั้นสมาคมอากาศยานรัสเซีย (KnAAPO) จะจ่ายชดเชยให้แก่หุ้นส่วนที่ได้รับความเสียหายในทางที่ "ไม่ใช่เงิน" เช่น ชดเชยให้ด้วยเครื่องบินแบบอื่น ที่รัสเซียเคยกระทำมาและมีขีดความสามารถที่จะทำได้ คอมเมอร์ซานต์กล่าว
      
       ในปี พ.ศ.2540 เครื่องบินลำเลียงขนส่งแบบ An-124 เกิดขัดข้อและตกลงหลังบินขึ้นจากรันเวย์ไม่นาน ทำให้Su-27UBK จำนวน 2 ลำ ที่กำลังขนไปส่งมอบให้แก่เวียดนามเสียหายยับเยิน รัสเซียชดเชยให้เป็น Su-27PU อันเป็นรุ่นที่พัฒนาล่าสุดจนเกือบจะเป็น Su-30MK2 ใหม่กว่า ทันสมัยกว่าและมีประสิทธิภาพสูงกว่า UBK ทุกประการ
      
       นักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมนี้หลายคนมองว่า Su-35 จึงอาจจะเป็นเครื่องบินที่รัสเซียจะมอบให้แก่เวียดนาม เป็นการชดเชย Su-30MK2V ลำที่ขัดข้องและตกลงเมื่อปลายเดือนที่แล้ว

   เรื่องนี้กำลังจะเกิดขึ้นในขณะที่รัสเซียกำลังพิจารณาข้อเสนอของจีนที่ขอซื้อ Su-35 จำนวนกว่า 40 ลำ รวมมูลค่าราว 4,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่หลายงฝ่ายยังไม่แน่ใจว่าจะตกลงกันได้ง่ายๆ เมื่อจีนผูกติดกับเงื่อนไขที่รัสเซียจะต้องให้สิทธิ์จีนผลิตเครื่องบินรบ Su-34 ในประเทศได้
      
       เครื่องบิน Su-35 เป็นอากาศยานที่โดดเด่นมากที่สุดของค่ายรัสเซียในปัจจุบัน แม้จะยังอยู่ระหว่างการพัฒนาและทดสอบ รัสเซียสร้างเครื่องต้นแบบ Su-35 เพียง 2 ลำ (หมายเลข 901 กับ 902) กับ SU-35S ที่ใช้เทคโนโลยี "สเตลธ์" สมบูรณ์กว่า อีก 4 ลำ หมายเลข 01-04
      
       ถ้าหากรัสเซียตัดสินใจขาย Su-35 ให้แก่จีน ก็จะเป็นที่แน่นอนว่าจะเป็นอีกรุ่นหนึ่งต่างไปจากที่ใช้ประจำการในกองทัพอากาศรัสเซีย จะไม่ติดอุปกรณ์ควบคุมการบินที่ใช้เทคโนโลยีล้ำยุค และจะไม่ติดเครื่องยนต์ยุคใหม่ที่ประหยัดพลังงานและให้ความเร็วถึง 2.5 เท่าเสียง และจีนก็อาจจะไม่สามารถยอมรับได้เช่นกัน
      
       อย่างไรก็ตามรัสเซียจะเริ่มผลิต Su-35 เพื่อใช้งานจริงในเร็วๆ นี้ โดยกองทัพอากาศมีกำหนดจะนำเข้าประจำการกว่า 300 ลำ ภายในปี 2563 คอมเมอร์ซานต์กล่าว
      
       สำหรับเวียดนาม นอกจาก Su-35 แล้ว รัสเซียยังมีเครื่องบินรุ่นอื่นชดเชยให้ได้หรือไม่? คำตอบในขณะนี้ก็คือ "ไม่มี"
      
       ความจริงกองทัพอากาศรัสเซียยังมี Su-27 อีก 2 รุ่นที่อยู่ในข่ายชดเชยให้ได้ คือ Su-27SM/SM3 กับ Su-30M2/SM ที่ใช้เทคโนโลยีสูง ประสิทธิภาพการรบสูงกว่า Su-30MK2 และ ใกล้เคียง Su-35 เข้าไปทุกขณะ ทั้งหมดมีประจำในกองทัพอากาศรัสเซียเท่านั้น และไม่เคยส่งออก

   โอกาสที่เวียดนามจะได้รับ Su27SM/SM3 หรือ Su-27M2/SM เป็นการชดเชย Su-30MK2V ลำที่ตก จึงมีความเป็นได้แต่เพียงเลือนลาง
      
       หากจะมีทางเลือกก็น่าจะเป็น Su-30MKI ที่รัสเซียกำลังผลิตให้แก่กองทัพอากาศอินเดียกว่า 100 ลำ เนื่องจากเป็นรุ่นที่ดัดแปลงให้ปฏิบัติการได้ในสภาพภูมิอากาศแบบท้องถิ่นประเทศอินเดีย ซึ่งใกล้เคียงกับเวียดนามมากกว่าเครื่องบินรุ่นอื่น
      
       แต่นั่นหมายความว่าเวียดนามจะต้องรอไปอีก 2 หรือ 3 ปี และรัสเซียยังจะต้องจ่ายค่าปรับอีกเป็นเงินมหาศาล อันเป็นทางเลือกที่รัสเซียไม่เคยทำมาก่อน
      
       ยังไม่ทราบแน่ชัดในชัดขณะนี้ว่า รัสเซียจะส่งมอบ Su-30MK2V อีก 3 ลำที่เหลือไปให้เวียดนามเมื่อไร เคยมีการเปิดเผยว่าเวียดนามสั่งซื้อเครื่องบินรุ่นนี้ทั้งหมด 44 ลำ แต่ไม่มีผู้ใดทราบแน่ชัดเช่นกันว่า จนถึงปัจจุบันได้รับไปทั้งหมดกี่ลำ
      
       ขณะเดียวกันเคยมีรายงานผ่านสื่อกลาโหมในญี่ปุ่นก่อนหน้านี้ว่า รัสเซียเสนอให้เวียดนามซื้อ Su-35 แทน Su-30MK2V จำนวนที่ยังไม่ได้ส่งมอบ และ ยังไม่มีใครทราบว่ามีการเจรจาเรื่องนี้กันอย่างไรหรือไม่ และหากรัสเซียชดเชยให้แก่เวียดนามด้วย Su-35 ก็อาจจะเป็นกุญแจสำคัญช่วยคลายความลับในเรื่องนี้เช่นกัน
      
       ผู้บริหารบริษัทซูคอยให้สัมภาษณ์สำนักข่าว เรียโนวอสติของรัสเซียเมื่อต้นปีนี้ว่า เวียดนามเป็นลูกค้าเก่าแก่ที่สุดของซูคอยและเป็นรายใหญ่ที่สุดในย่านนี้ รัสเซียกำลังจะเข้าตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนของ Su-30 กับโรงซ่อมอากาศยานซูคอยในเวียดนามด้วย.
      

หมายเลข 901 เครื่องต้นแบบ Su-35 "ซูเปอร์แฟล็งเคอร์" ลำแรกออกแสดงในงานแอร์โชว์ปี 2550 ซึ่งจัดขึ้นที่ชานกรุงมอสโกและโลกตะวันตกเริ่มจับตามอง หมายเลข 901 นี้ได้เป็นตัวหลักในทดลองและพัฒนาเครื่องบินรบยุคที่ 4 และ เป็นพระเอกในอีกหลายงานต่อมา ขณะเดียวกันรัสเซียได้ซ่อนเครื่องต้นแบบ Su-35S อีก 4 ลำไว้อย่างมิดชิด เชื่อกันว่าเป็นรุ่นล้ำยุคมากที่สุดของซีรีส์นี้ นักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมกล่าวว่า เวียดนามมีโอกาสจะได้รับ Su-30 จำนวน 1 ลำจากรัสเซีย เป็นการชดเชย Su-30MK2V ลำที่ขัดข้องขณะขึ้นบินทดสอบและตกในวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ก่อนถึงเวลาส่งมอบ. -- India Defence.


หมายเลข 902 ออกปรากฏตัวครั้งแรกในงานมอสโกแอร์โชว์ 2552 เป็นเครื่องต้นปบบ Su-35 ลำที่ 2 หน้าตาดูทันสมัยกว่า 901 ตัวพี่ รัสเซียกำลังเร่งพัฒนาและทดสอบเครื่องบินรบยุคที่ 4 และเชื่อว่าจะเริ่มผลิตในเร็วๆ นี้ กองทัพอากาศรัสเซียมีกำหนดนำเข้าประจำการกว่า 300 ลำภายในปี 2563 สำนักข่าวกลาโหมหลายแห่งได้อ้างความเห็นของนักวิเคราะห์ในสัปดาห์นี้ว่า เวียดนามมีโอกาสจะได้รับเครื่องบินรุ่นนี้ 1 ลำ เป็นการชดเชย Su-30MK2V ที่เกิดขัดข้องและตกลงเมื่อวันที่ 238 ก.พ.ที่ผ่านมา ก่อนถึงเวลาส่งมอบ .


หมายเลข 801 โผล่ออกมาให้เห็นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยในปี 2544 หรือ 11 ปีก่อน ทำให้โลกตะวันตกแปลกใจเล่น นี่คือเครื่องต้นแบบแรกเริ่ม (Prototype) ของ Su-35 ก่อนจะมามีหน้าตาหล่อเหลาแบบหมายเลข 901 และ 902 (ภาพข้างบน) ในปัจจุบัน เชื่อกันว่ารัสเซียจะเริ่มผลิต Su-35 ในเร็วๆ นี้ และ เวียดนามอาจจะได้เป็นเจ้าของ 1 ลำในนั้น เคยมีข่าวว่ารัสเซียเสนอให้เวียดนามเปลี่ยนมาเป็น Su-35 แทน Su-30MK2V จำนวนที่ยังไม่ได้ส่งมอบ และยังไม่มีฝ่ายใดทราบรายละเอียดในเรื่องนี้.


"901" พระเอกทุกงาน
เว็บไซต์ข่าวกลาโหม
ภาพที่รวบรวมจากเว็บไซต์ข่าวกลาโหมหลายแห่ง แสดงให้เห็นหมายเลข 901 ซึ่งเป็นเครื่องต้นแบบ Su-35 "ซูเปอร์แฟล็งเคอร์" หนึ่งในสองลำออกงานโชว์ตัวอยู่บ่อยๆ ขณะที่ซูคอยใช้หมายเลข 902 พัฒนาและทดลองอยู่เงียบๆ เช่นเดียวกับหมายเลข 01-04 ที่ยังไม่เคยบออกปรากฏตัวในต่างแดน 4 ลำหลังสุดนี้เป็นเครื่องต้นแบบของ Su-35S ที่เหนือกว่าทั้งด้วยเทคโนโลยีและประสิทธิภาพ







ภภาพและข่าวโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์


http://www.youtube.com/watch?v=QCQQU6qc7oc   http://www.youtube.com/watch?v=qmkwzOs-HpE

http://www.youtube.com/watch?v=f8yssDf0skA   http://www.youtube.com/watch?v=jDhb8-7G8nc

http://www.youtube.com/watch?v=uialmgaUlcE

HS8EVL:
   สหรัฐฯเผยอาวุธ “คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า” ใช้ความร้อนขับไล่ศัตรู
 
   เอเอฟพี - สหรัฐฯเผยอาวุธคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่จะทำให้ผู้ตกเป็นเป้าหมายรู้สึกร้อนระอุจนไม่อาจทนอยู่ได้ และนับเป็นอาวุธที่มิใช่เพื่อการสังหาร (non-lethal) ชนิดล่าสุดที่กองทัพสหรัฐฯพัฒนาขึ้น
      
       “คุณจะมองไม่เห็น ไม่ได้ยิน และไม่ได้กลิ่น แต่จะสัมผัสมันได้” นาวาเอก เทรซี ทัฟโฟลา ผู้อำนวยการศูนย์อาวุธที่มิใช่เพื่อการสังหาร ฐานทัพเรือควอนติโก แถลงต่อผู้สื่อข่าวในงานเปิดตัวอาวุธชนิดใหม่
      
       จากการสาธิตขณะแถลงข่าวพบว่า อานุภาพของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามีความรุนแรง จนมนุษย์ที่มีสัญชาติญาณการเอาตัวรอดจะต้องหลบหนีไปโดยเร็ว
      
       ทัฟโฟลา อธิบายว่า ระบบคลื่น “แอ็กทีฟ ดิไนเอิล ซิสเท็ม” ซึ่งมีรัศมีไกลถึง 100 เมตร เป็นอาวุธชนิดไม่มีเป้าหมายเพื่อสังหารที่มีความปลอดภัยสูงสุด และใช้เวลาพัฒนานานกว่า 15 ปี ทว่ายังไม่เคยนำไปใช้งานจริง
      
       อาวุธชนิดนี้เคยถูกส่งไปยังอัฟกานิสถานเป็นระยะเวลาสั้นๆ แต่ก็ไม่เคยใช้ในปฏิบัติการใดๆมาก่อน
      
       ที่ผ่านมาเคยมีผู้แสดงความกังวลเกี่ยวกับเทคโนโลยีชนิดนี้ เนื่องจากเข้าใจผิดว่าเป็นคลื่นชนิดเดียวกับคลื่นไมโครเวฟที่ใช้อุ่นอาหาร ซึ่ง เพนตากอน ก็พยายามชี้แจงให้ทุกฝ่ายทราบว่า อาวุธตัวนี้มีความแตกต่างกับคลื่นไมโครเวฟอย่างไร
      
       สเตฟานี มิลเลอร์ เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์วิจัยกองทัพอากาศ ซึ่งศึกษาผลทางชีววิทยา (bioeffect) ของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดนี้ พบว่า คลื่นดังกล่าวมีความถี่ 95 กิกะเฮิร์ตซ์ และมีความยาวคลื่นเพียง 1/64 นิ้ว ทำให้ถูกดูดซึมเพียงผิวเผิน และมีความปลอดภัยต่อมนุษย์ โดยจะทำให้รู้สึกไม่สบายตัวอย่างรุนแรงเท่านั้น
      
       ไดอานา ลอรี หัวหน้านักวิจัย อธิบายว่า คลื่นไมโครเวฟจะมีความถี่เพียง 1 กิกะเฮิร์ตซ์ ทำให้แพร่กระจายได้รวดเร็ว และแทรกซึมเข้าสู่วัตถุได้ลึกกว่า ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้มันถูกนำไปใช้ปรุงอาหารให้สุกได้
      
       โลรี ยังย้ำด้วยว่า อาวุธคลื่นแม่เหล็กนี้ต่อให้มีกำลังมากกว่าคลื่นไมโครเวฟถึง 100 เท่า ก็ไม่สามารถทำให้เมล็ดข้าวโพดกลายเป็นป๊อบคอร์นได้ เนื่องจากความถี่ไม่เพียงพอที่จะแทรกซึมและส่งความร้อนเข้าไปถึงภายในวัตถุ
      
       กองทัพสหรัฐฯมีแผนจะนำอาวุธชนิดนี้ไปใช้ในจุดประสงค์ต่างๆ เช่น สลายม็อบ, ติดตั้งตามจุดตรวจ, กำหนดเขตห้ามเข้า และป้องกันระบบสาธารณูปโภคที่สำคัญ เป็นต้น นอกจากนี้ ปุ่มปฏิบัติการซึ่งติดตั้งบนรถบรรทุกก็จะตัดโดยอัตโนมัติทุกๆ 3 วินาที เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ทัฟโฟลา ระบุ


ยานพาหนะของทหารทั้ง 2 แบบที่ติดตั้งระบบ แอ็กทีฟ ดิไนเอิล ซิสเท็ม (Active Denial System) ซึ่งใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าปล่อยความร้อนเข้าโจมตีเป้าหมาย โดยไม่ทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิต

ASTVผู้จัดการออนไลน์


http://www.youtube.com/watch?v=dmuyLIrSjxI   http://www.youtube.com/watch?v=4D0U7mfsa9Y

http://www.youtube.com/watch?v=CpjxjLRKqw8   http://www.youtube.com/watch?v=ylwJCyLxBYw

http://www.youtube.com/watch?v=oopr8UEaWJo

HS8EVL:
ASTVผู้จัดการออนไลน์

   กองทัพมังกรวิ่งสู้ฟัด นำเครื่องบินล่องหน J 20 ลุยทดสอบบินวนระดับต่ำแล้ว

   กลุ่มสื่อจีนรายงาน ระหว่างนี้กองทัพพญามังกรกำลังลุยทดลองความสามารถเหินฟ้าของเครื่องบินหลบหลีกเรดาร์ หรือสเตล์ท อย่างขันแข็งถี่ยิบ และได้เริ่มเข้าสู่ขั้นตอนทดสอบความสามารถการบินวนระดับต่ำ ดังการทดลองฯเมื่อวันเสาร์ที่ 10 มี.ค. กลุ่มสื่อจีนได้นำภาพลีลาการบินของสเตล์ทจีน มาให้ชมอย่างเต็มตาจุใจ (ภาพ เอเจนซี)

http://www.youtube.com/watch?v=RGYlCiawMU4














HS8EVL:
ASTVผู้จัดการออนไลน์

   สื่อเวียดตื่นข่าวจีนสร้างเรือดำน้ำนิวเคลียร์อีก 30 ลำ "ทะเลตะวันออก" คึกคัก

   ASTVผู้จัดการออนไลน์ -- สื่อในเวียดนามตีพิมพ์เผยแพร่กันครึกโครมหลังจากสำนักข่าวด้านกลาโหมหลายแห่งข่าวจีน เปิดประเด็นการจีนกำลังเสริมสร้างกองกำลังเรือดำน้ำครั้งใหญ่โดยจะเพิ่มจำนวนขึ้นเป็นประมาณ 90 ลำ เพื่อคุ้มกันกองเรือบรรทุกเครื่องบิน หลังจากได้พบว่าฝ่ายจีนเองยังคงเป็นรองโลกตะวันตกอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐฯ ในการป้องกันและโจมตีใต้น้ำ
   สำหรับเวียดนามเองปัจจุบันมีเรือดำน้ำรุ่นเก่าตั้งแต่สมัยสงครามเย็นอยู่ 2 ลำ เป็นเรือดำน้ำขนาดเล็ก มีไว้สำหรับการฝึกเท่านั้น แต่ได้สั่งซื้อเรือดำน้ำชั้นคิโล (Kilo-Class) จากรัสเซียไป 6 ลำๆ แรกมีกำหนดส่งมอบปลายปี 2555 นี้
    เมื่อจีน "วิจัยและทดลอง" เรือบรรทุกเครื่องบิน "วาร์แย็ก" ที่กำลังดำเนินอยู่ในปัจจุบันแล้วเสร็จและนำเข้าประจำการ จีนมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่จะต้องมีกองเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ที่ประกอบด้วยเรือรบติดอาวุธทันสมัยจำนวนมากทำหน้าที่คุ้มกัน แหล่งข่าวทางทหารในฮ่องกงผู้เปิดปูมเรื่องนี้
   การออกข่าวการเสริมสร้างกำลังรบทางเรือของจีนครั้งใหญ่มีขึ้นหลังจากจีนประกาศเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมมหาศาลเมื่อปลายเดือนที่แล้ว และหลังจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ได้เปิดเผยว่าตั้งแต่ปี 2556 นี้เป็นต้นไป 60% ของเรือรบสหรัฐที่มีอยู่ทั้งหมดในขณะนี้ จะแล่นเข้าประจำการในย่านเอเชียแปซิฟิก ตามนโยบายที่รัฐบาลประธานาธิบดีบารัค โอบามา ประกาศจะนำสหรัฐฯ กลับเข้าไปมีบทบาทในย่านนี้อีกครั้งหนึ่ง
   หมายความว่าจากที่เคยมีกองเรือบรรทุกเครื่องบินแล่นเข้าออกหรือประจำการในย่านนี้เพียง 2-3 ลำเช่นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปีหน้าที่อาจจะมีเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ ถึง 7 ลำ นำเรือรบชนิดต่างๆ นับร้อยกระจายกำลังตั้งแต่ชายฝั่งรัฐแคลิฟอร์เนีย รัฐวอชิงตัน อลาสก้า ครอบคลุมมลรัฐฮาวายกับแปซิฟิกตะวันออกทั้งหมด จนถึงย่านทะเลญี่ปุ่น-ทะเลเหลือง แปซิฟิกตะวันตกและตะวันตกเฉียงใต้ นั่นคือ ทะเลจีนใต้ ทะเลซูลู หมู่เกาะอินโดนีเซียจนถึงออสเตรเลีย และช่องแคบมะละกา
   นั่นคือการปิดล้อมจีนครั้งใหญ่ที่สุด ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์
   แหล่งข่าวการทหารรายเดียวกันเปิดเผยด้วยว่า ระหว่างที่จีนฝึกซ้อมและทดสอบเรือดำน้ำลำแรกในบริเวณอ่าวโป๋ไห่ มีเรือน้ำจำนวนหนึ่งทำหน้าที่คุ้มกันและทดลองปฏิบัติหน้าที่ไปด้วย
   จีนยังไม่เคยมีประสบการณ์นี้มาก่อน และตระหนักดีว่ากองกำลังเรือดำน้ำของตนยังไม่ทันสมัยเพียงพอสำหรับคุ้มกันเรือบรรทุกเครื่องบิน และ จำนวนก็ยังน้อยหากเทียบกับกองเรือรบของสหรัฐฯ ที่จะเคลื่อนเข้าสู่แถบทะเลจีนใต้ในปีหน้า

    "หากปราศกองทัพใต้น้ำที่แข็งแกร่ง กองเรือรบทั้งหมด รวมทั้งเรือบรรทุกเครื่องบินก็จะไร้ความหมาย"
       
   "จีนได้พัฒนาเรือดำน้ำอย่างเงียบๆ มาหลายปีแล้ว รวมทั้งจำนวนหนึ่งที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์ด้วย" แหล่งข่าวเดียวกันระบุ
   ตามตัวเลขที่ตีพิมพ์เผยแพร่ผ่านของเว็บไซต์ข่าวกลาโหมหลายแห่ง ปัจจุบันจีนมีเรือดำน้ำขนาดต่างๆ รวม 58 ลำ รวมทั้งที่ขับเคลื่อนด้วยพลังดีเซล-มอเตอร์ไฟฟ้าและพลังงานนิวเคลียร์
   ภายใต้แผนพัฒนาดังกล่าวตลอด 7 ปีข้างหน้าจีนจะสร้างเรือดำน้ำชั้น "หยวน" (Yuan-Class) จำนวน 30 ลำ ซึ่งเป็นเรือดำน้ำพลังงานพลังงานนิวเคลียร์ ติดขีปนาวุธนิวเคลียร์ และ ใช้ระบบ AIP (Air Independent Propulsion) ทั้งหมด
   จีนได้พัฒนาเทคโนโลยีของระบบ AIP มานาน ระบบนี้จะทำให้เรือดำน้ำสามารถปฏิบัติการอยู่ใต้น้ำได้นานเท่านานและเงียบเชียบ โดยไม่ต้องโผล่ขึ้นมารับออกซิเจนธรรมชาติเหนือน้ำ และต่อไปนี้เรือดำน้ำทีจีนมีอยู่จะใช้ระบบ AIP ทั้งหมดเช่นกัน รวมทั้งเรือชั้นซ้องหรือซ้ง (Song-Class) กับ ชั้นหมิง (Ming-Class) ด้วย ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าด้วย
   กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ปลดประจำการเรือดำน้ำที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล-มอเตอร์ไฟฟ้าทั้งหมดแล้ว และใช้เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ทำหน้าที่พิทักษ์คุ้มกันกองเรือบรรทุกเครื่องบินแทน และเรือดำน้ำของสหรัฐฯ ติดขีปนาวุธโจมตียุทธศาสตร์ (Strategic Ballistic Missile) สามารถโจมตีทุกเป้าหมายในทั่วโลก รวมทั้งในจีนด้วย
   แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ในการทดสอบเรือวาร์แย็กรอบที่ 2 นี้ เรือดำน้ำชั้นหยวนลำหนึ่งของจีนได้ออกติดตามไปอย่างเงียบๆ และ นั่นเป็นประสบการณ์ครั้งแรกของกองทัพประชาชนที่มีกำลังพลมากมายที่สุดในโลก แต่ปี 2556 นี้ น่านน้ำแปซิฟิก-ทะเลจีนใต้จะไม่เงียบอีกต่อไป เรือรบจีนกำลังจะเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างสำคัญ.

มังกรทะยาน
by Reuters

กองเรือดำน้ำกับเรือรบชนิดต่างๆ ของจีนเข้าร่วมพิธีเฉลิมฉลองครบรอบปีที่ 60 การก่อตั้งกองทัพประชาชนที่จัดขึ้นใกล้ฐานทัพเรือชิงเตา มณฑลส่านตง ในภาพวันที่ 23 เม.ย.2552 จีนเร่งพัฒนาขีดความสามารถกองกำลังทางเรือ เรือดำน้ำที่มีอยู่ 58 ลำในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นรุ่นเก่า แหล่งข่าวการทหารในฮ่องกงเปิดเผยสัปดาห์นี้ว่า จีนจะใช้เวลา 7 ปีข้างหน้าสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ชั้นหยวน (Yuan-Class) ถึง 30 ลำ เพื่อคุ้มกันกองเรือบรรทุกเครื่องบิน และเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยในขณะเดียวกันว่าในปี 2556 นี้ 60% ของเรือรบสหรัฐฯ จะเข้าประจำการในย่านเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งหมายถึงทะเลจีนใต้ด้วย.-- REUTERS/Guang Niu/Pool/Files.



เรือบรรทุกเครื่องบิน "วาร์แย็ก" ของจีนกำลังแล่นทะยานไปข้างหน้าขณะออกแล่นทดสอบในทะเลเหลือง ห่างจากเมืองต้าเลี่ยนไปทางตะวันออกราว 100 กม. ในภาพดาวเทียมของ DigitalGlobe ที่เผยแพร่วันที่ 14 ธ.ค.2554 มีเพียงโครงเรือเท่านั้นที่สร้างในอดีตสหภาพโซเวียต เครื่องยนต์ ระบบควบคุม ระบบนำร่องและระบบเรดาร์ ฯลฯ ล้วนสร้างเองทำเอง ใช้เทคโนโลยีของจีนเองทั้งหมด รัฐบาลคอมมิวนิสต์มีงบประมาณเหลือเฟือในการพัฒนาขีดความสามารถของกองกำลังป้องกันทางทะเล รวมทั้งพัฒนากองเรือดำน้ำครั้งใหญ่ด้วย.-- REUTERS/DigitalGlobe/Handout/Files.



เรือดำน้ำที่ไม่มีการระบุ "ชั้น" ลำนี้เข้าร่วมในพิธีฉลองครบรอบปีที่ 60 การก่อตั้งกองทัพประชาชนจีน ที่จัดขึ้นใกล้ฐานทัพชิงเตา มณฑลส่านตง ในภาพวันที่ 23 เม.ย.2552 ปีนี้จีนได้เพิ่มงบประมาณกลาโหมถึง 2 เท่าตัว เพื่อรับมือการขยายอิทธิพลของสหรัฐฯ เข้าสู่เอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นไป 60% ของเรือรบสำหรัฐฯ จะเข้าประจำการในย่านนี้.-- REUTERS/Guang Niu/Pool/Files.



เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเรือบินเข้าขบวนติดตามเรือเจียงเว่ย 2 ซึ่งเป็นเรือฟรีเกตชั้นเมียนหยางของจีน ระหว่างพิธีรำลึกครบรอบ 60 ปีการก่อตั้งกองทัพประชาชน ที่จัดขึ้นในน่านน้ำใกล้กับฐานทัพเรืองชิงเตา มณฑลส่านตง ในภาพวันที่ 23 เม.ย.2552 ขณะที่สหรัฐฯ ตัดงบประมาณกลาโหมลงมหาศาลในปีนี้เนื่องจากปัญหาการเงินการคลัง จีนกลับเพิ่มงบประมาณด้านนี้มหาศาล เพื่อรับมือการกลับคืนสู่เอเชีย-แปซิฟิกของกองทัพเรือสหรัฐฯ.-- REUTERS/Guang Niu/Pool/Files.



เรือพิฆาตติดจรวดนำวิถีเสิ่นเจิ้น (Shenzhen) ปรากฎตัวที่ท่าเรือจ้านเจียง มณฑลกว่างตง ในภาพแฟ้มวันที่ 21 พ.ย.2550 กองทัพเรือจีนมิได้เป็นรองประเทศใดในย่านนี้ จีนมีงบประมาณกลาโหมมหาศาลสำหรับพัฒนาขีดความสามารถและตลอด 7 ปีข้างหน้า เป็นช่วงปีสำคัญในการพัฒนาทั้งเรือบรรทุกเครื่องบินและเรือดำน้ำ ซึ่งแหล่งข่าวทางทหารในฮ่องกงเปิดเผยว่าจีนจะสร้างอีก 30 ลำ ขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ทั้งหมด.-- REUTERS/China Daily/Files.



หมดภารกิจขอพักผ่อน นายทหารเรือจีน 2 คน กำลังชื่นชมภาพที่เพิ่งจะถ่ายด้วยกล้องดิจิตอล ข้างหลังเป็นเรือฟรีเกตลำหนึ่งที่มีรูปทรง "ล่องหน" เต็มๆ จอดที่ท่าเรือชิงเตา ในมณฑลส่านตง ในภาพวันที่ 20 เม.ย.2552 เตรียมเข้าร่วมพิธีฉลองครบรอบ 60 ปีกองทัพประชาชน ที่จะจัดขึ้นอีก 3 วันข้างหน้า กองทัพเรือจีนไม่ได้เป็นรองประเทศใดในย่านนี้และกำลังพัฒนาต่อไปด้วยงบประมาณด้านกลาโหมที่มีอยู่เหลือเฟือ และทุกฝ่ายต่างจับตามอง. -- REUTERS/Guang Niu/Pool/Files.

เรือดำน้ำชั้น "หยวน" (Yuan-Class)
ภาพจาก: 1999.co.jp


ภาพจาก: defence.pk





ต่อไปเป็นภาพและเนื้อหาจาก bloggang.com

Type 039 Song Class Diesel-Electric Submarine

Type 039 Song Class Diesel-Electric Submarine ภาพขอขอบคุณคุณสกายนายแห่ง Wing21
   เรือดำน้ำชั้นซงนี้ถือเป็นเรือดำน้ำยุคใหม่ทันสมัยที่จีนสร้างเองมากับมือ โดยน่าจะได้เทคโนโลยีจากสามประเทศอย่างที่กล่าวมาแล้ว ซึ่งชั้นซงนี้เป็นเรือดำน้ำชั้นแรกของจีนที่สามารถยิงขีปนาวุธต่อต้านเรือ YJ-82 หรือ C-802 ทำหน้าที่เหมือน Kulb-S ของรัสเซีย นอกจากนี้เรือยังใช้โซนาของฝรั่งเศสและเครื่องยนต์ของเยอรมัน อีกทั้งจีนได้นำระบบ AIP ของตนมาทดสอบกับเรือชั้นนี้อีกด้วย ปัจจุบันประจำการอยู่ประมาณ 7 ลำ
Displacement 1,700 tons surfaced, 2,250 tons (dived)
Length 75 meters / 246 ft
Beam 8.4 meters / 27.6 ft
Draft 17.5 ft
Speed 12-15 kts (surfaced) 22 kts (dived)
Crew 60 (10 officers)
Propulsion Deisel-electric 2 or 3 MTU Deisels 1 Shafts
Torpedoes 6 - 21 in (533 mm) tubes, YJ-8 missiles
Mines in lieu of torpedoes
ESM Type 921-A radar warning
Radars Surface search I-Band
Sonars Bow-mounted passive/active search and attack, Flank array passive search
Armament: YJ-82, Torpedo

-------------------------------------------------------


Type 035 Ming Class Diesel-Electric Submarine


   ชั้นหมิงนี่พัฒนามาจากชั้น Romeo ซึ่งเป็นเรือดำน้ำเก่าของโซเวียตที่พัฒนามาจาก เรืออู Type-21 ของเยอรมันตั้งแต่ปี 1944 ซึ่งเรือชั้นนี้ความจริงมันหมดคุณค่าทางยุทธการไปแล้วล่ะครับ แต่จีนก็ยังใช้อยู่อย่างน้อยก็พื่อลาดตระเวนตามชายฝั่ง เพราะราคาไม่แพง เรือชั้นนี้เคยเกิดอุบัติเหตุเหมือนกันในเดือนพ.ค.ปี 2003 ในเรือหมายเลข 361 ใกล้ ๆ กับเกาะ Neichangshan แถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ลูกเรือ 70 คนเสียชีวิตและในวันที่ 26 พ.ค. ปี 2005 ใกล้ ๆ กับเกาะ Pratas ในทะเลจีนใต้ สาเหตุเกิดจากไฟไหม้ ทั้งสองเหตุการณ์น่าจะเกิดจากอุบัติเหตุในการซ้อมรบ ปัจจุบันประจำการอยู่ 17 ลำ

Builder: Wuhan SY
Propulsion: Diesel-electric 2 diesels 5,200 hp(m) (3.82 MW) 2 shafts
Length: 249 feet / 76 meters
Beam: 25 feet / 7.6 meters
Draft: 16.7 feet / 5.1 meters
Displacement: 2,100 tons submerged
1,584 tons surfaced
Endurance: 8000 miles at 8 knots snorting
330 at 4 knots dived
Speed: 15 knots surfaced
18 knots dived
10 knots snorting
Diving Depth: 1000 feet / 300 meters
Crew: 55-57 including 10-12 officers
Armament: 8- 21 in (533 mm) (6 forward 2 aft) tubes 16 Type SAET-60 passive homing to 8.1 nm at 40kts
Mines: 32 in lieu of torpedoes
Radars: Snoop Tray I-Band Surface Search
Sonars: Pike Jaw hull mounted active/passive search and attack
DUUX 5 passive ranging and intercept

----------------------------------------------------------------

   Type 039A Yuan Class Diesel-Electric Submarine


   เรือดำน้ำชั้นนี้ก็คือสุดยอดเรือดำน้ำอีกแบบหนึ่งของจีนครับ โดยพัฒนาต่อมาจากเรือชั้นซง โดยเพิ่มระบบ AIP เข้าไป (สำหรับรายละเอียดของระบบ AIP รบกวนคลิ้กที่นี่ครับ) ซึ่ง Spec ส่วนใหญ่น่าจะคล้าย ๆ กับชั้นซง แต่จะมีบางจุดที่ต่างกันเช่นมีระบบ AIP และจรวดที่จะใช้ยังไม่แน่ใจว่าเป้น YJ-82 (C-802) หรือไม่ (ข้อมูลเรือชั้นนี้หายากครับ) โดยเรือ 2 ลำแรกปล่อยลงน้ำในเดือนพ.ค.และธ.ค. ปี 2004 โดยน่าจะใช้สำหรับการวิจัยและพัฒนาเรือชั้นนี้ต่อมากกว่า และเรายังไม่ทราบว่าจีนมีแผนจะต่อเรือชั้นนี้ออกมาเท่าไหร่

-----------------------------------------------------------------

   Type 091 Han Class Nuclear Submarine


   เรือชั้นนี้หานเป็นเรือชั้นดำน้ำแรกที่จีนสร้างครับ แม้ว่ามันจะเป็นเรือดำน้ำนิวเคลียก็ตาม โดยสร้างตามดำริของท่านประธานเหมาที่ต้องการมีกองเรือดำน้ำนิวเคลีย ปัจจุบันประจำการอยู่ 5 ลำ เรือลำนี้แม้จะเก่า แต่ก็โชว์ความเก๋าโดยไปแอบซุ่มดูกองเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Kitty Hawk เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 1994 มาแล้ว โดยเครื่อง S-3 เป็นคนตรวจพบห่างจากกองเรือ 30 กม. ซึ่งถือว่าใกล้กว่าที่คิดเอาไว้ ยังไม่หมดแค่นั้น 10 พ.ย. 2004 เชื่อกันว่าเรือชั้นนี้ 2 ลำรากล้ำเข้าไปยังน่านน้ำญี่ปุ่นทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะโอกินาว่า ญี่ปุ่นส่ง P-3C และเรือพิฆาตออกตามล่า จนเรือทั้งสองกลับเข้าน่านน้ำจีนไป ต่อมาในวันที่ 16 พ.ย.ปีเดียวกันจีนก็ออกมายอมรับว่าเป้นเรือดำน้ำของตนและกล่าวคำขอโทษและบอกว่าเป็นความผิดพลาดทางเทคนิค โดยทางฝ่ายญี่ปุ่นบอกว่าเรือของจีนเข้ามาในเขตที่มีการสำรวจก๊าซธรรมชาติที่ทั้งสองประเทศอ้างกรรมสิทธิอยู่

Displacement: 4,100 -4,500tons (surfaced)
4,500-5,500 (dived)
Length: 321.5ft ; 347.8ft (403 onwards)
[some sources claim:
90 meters / 295 feet
98 meters / 322 feet [404, 405] ]
Beam: 32.8 ft [some sources claim: 9 meters / 29.5 feet]
Draft: 24.2 ft
Speed: 25 kts (dived); 12kts (surfaced)
Crew: 75
Propulsion: Nuclear turbo electric 1 pressurized-water reactor 90MW 1 SHAFT, 12,000 shp
SSM: (403 onwards) Ying Ji (Eagle Strike) (C-801) inertial cruise active radar homing to 22 nm at 0.9 Mach
Torpedoes: 6 - 21in (533 mm) bow tubes 18 weapons: combination of SET-65E active/passive homing to 8.1 nm at 39kts and Type 53-51 pattern running to 5 nm at 39 kts or 2 nm at 51 kts
Mines: 36 in lieu of torpedoes
ESM: type 921-A radar warning
Radars: Snoop Tray I-Band Surface Search
Sonars: Trout Cheek hull mounted active/passive search and attack DUUX-5 passive ranging and intercept

----------------------------------------------------------

   Type 093 Shang Class Nuclear Submarine


   นักการทหารตะวันตกคาดกันว่าเรือชั้นนี้น่าจะมีความสามารถเทียบได้กับชั้น Victor III ของรัสเซียและชั้น Los Angeles ของสหรัฐ แต่ไม่ได้หมายความว่าจีนก๊อปปี้ชั้น Victor III มาทั้งหมด เพราะไม่มีรายงานการถ่ายทอดเทคโนโลยีของเรือชั้น Victor III ให้จีน ซึ่งในชั้นนี้จีนจะติดตั้งตอร์ปิโดว์ จรวดต่อต้านเรือผิวน้ำ และน่าจะติดตั้งจรวดร่อนต่อต้านเป้าหมายบนฝั่ง (LCAM) คล้าย ๆ Tomahawk ซึ่งกระทรวงกลาโหมสหรัฐคาดว่าเราจะพร้อมรบในปีนี้ และจะมาแทนที่ชั้นหานที่จะปลดทั้งหมดในปี 2020 ซึ้งข้อมูลต่าง ๆ ของเรือชั้นชางนั้นยังมีไม่มากนัก

-----------------------------------------------------------

   Type 092 Xia Class Ballistic Missile Nuclear Submarine

   มาดูอะไรที่ยิ่งใหญ่กันบ้างครับ เรือชั้นเซี้ยนี้เป็นเรือติดขีปนาวุธข้ามทวีปครับ พูดง่าย ๆ ก้เหมือนกันชั้น Ohio นั้นเอง เรือลำนี้ติดขีปนาวุธทางข้ามทวีปแบบ JL-1 ซึ่งสามารถติดหัวรบนิวเคลียได้ และมีบางแหล่งบอกว่าจีนได้ปรับปรุงเรือชั้นนี้ใหม่โดยติด JL-2 รัศมีทำการ 8,000 กม. ติดหัวรบ 90 กิโลตันได้ 4 หัวในปี 1998 โดยเรือชั้นนี้เข้าประจำการเพียง 1 ลำเท่านั้น และในอนาคตจีนกำลังวิจัยสร้างเรือชั้นจิง (Type 094 Jin Class Ballistic Missile Nuclear Submarine) ซึ่งเป็นเรือที่มีบทบาทเดียวกันกับเรือชั้นเซี้ยนี้เข้าประจำการ และคาดว่าเรือชั้นเซี้ยจะปลดประจำการในปี 2011

HS8EVL:
   ยูเอช-60 แบล็กฮอว์ค



บทบาท : เฮลิคอปเตอร์อเนกประสงค์
สัญชาติ :  สหรัฐอเมริกา
บริษัทผู้ผลิต : ซิคอร์สกี้ แอร์คราฟท์
บินครั้งแรก : 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2517
เริ่มใช้ : พ.ศ. 2522
สถานะ : อยู่ในประจำการ
ผู้ใช้งานหลัก : กองทัพบกสหรัฐ / กองทัพบกสาธารณรัฐเกาหลี / กองกำลังติดอาวุธโคลัมเบีย / กองกำลังติดอาวุธตุรกี
ช่วงการผลิต : พ.ศ. 2517-ปัจจุบัน
จำนวนที่ผลิต : มากกว่า 2,600 ลำ
มูลค่า : 5.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
แบบอื่น : เอสเอช-60 ซีฮอว์ค / เอชเอช-60 เพฟฮอว์ค / เอชเอช-60 เจย์ฮอว์ค
 
   ยูเอช-60 แบล็คฮอว์ค (อังกฤษ: UH-60 Black Hawk)
   เป็นเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป ในกองทัพไทยเรียกว่า ฮ.ท.60 ผลิตโดยบริษัทซิคอร์สกี้ แอร์คราฟท์ประเทศสหรัฐอเมริกา มันถูกใช้ในภาระกิจลำเลียงทหารครั้งละ 11-15 นาย
   แบล็คฮอว์คเป็นเฮลิคอปเตอร์สี่ใบพัด สองเครื่องยนต์ที่ผลิตโดยซิคอร์สกี้ แอร์คราฟท์ ซิคอสกี้เสนอการออกแบบเอส-70 ให้กับการแข่งขันในระบบอากาศยานขนส่งยุทธวิธีสารพัดประโยชน์ของกองทัพบกสหรัฐฯ ในปีพ.ศ. 2515 กองทัพบกได้ตั้งชื่อให้กับต้นแบบว่าวายยูเอช-60เอและได้เลือกแบล็คฮอว์คให้เป็นผู้ชนะของโครงการในปีพ.ศ. 2519 หลังจากการแข่งขันกับวายยูเอช-61 ของโบอิง เวอร์ทอล ยูเอช-60เอเข้าประจำการในกองทัพบกในปีพ.ศ. 2522 เพื่อเข้าแทนที่ยูเอช-1ไอโรควอยส์ในฐานะเฮลิคอปเตอร์ขนส่งทางยุทธวิธี

   การพัฒนา
   ในปลายปีพ.ศ. 2503 กองทัพบกสหรัฐฯ ได้เริ่มตั้งความต้องการในเฮลิคอปเตอร์ขนส่งทางยุทธวิธีเพื่อมาแทนที่ยูเอช-1 ไอโรควอยส์โดยอาศัยจากสิ่งที่เจอมาในสงครามเวียดนาม กองทัพบกยังได้เริ่มการพัฒนาเครื่องยนต์แบบใหม่ให้กับเฮลิคอปเตอร์ซึ่งจะกลายมาเป็นเจเนรัล อิลเลคทริค ที700 กองทัพบกต้องการการพัฒนาในการทำงานที่ยอดเยี่ยม ความทนทาน และความไว้ใจได้  กองทัพบกทำการร้องขอข้อเสนอสำหรับเฮลิคอปเตอร์ดังกล่าวในเดือนมกราคมพ.ศ. 2515  ต้นแบบสี่ลำถูกสร้างขึ้นมา ลำแรกคือวายยูเอช-60เอทำการบินในเดือนตุลาคมพ.ศ. 2517 และถูกประเมินเทียบกับแบบของโบอิง เวอร์ทอล ก่อนการส่งต้นแบบให้กับกองทัพบกสหรัฐฯ การประเมินขั้นต้นเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนพ.ศ. 2518 เพื่อทำให้แน่ใจว่าเครื่องบินนั้นสามารถทำงานอย่างปลอดภัยขณะทำการทดสอบ  ต้นแบบทั้งสามถูกส่งให้กับกองทัพบกในเดือนมีนาคมพ.ศ. 2519 และอีกหนึ่งถูกเก็บไว้โดยซิคอร์สกี้สำหรับการวิจัยภายใน แบล็คฮอว์คถูกเลือกเข้าสู่การผลิตในเดือนธันวาคมพ.ศ. 2519 การขนส่งยูเอช-60เอให้กับกองทัพสหรัฐฯ เริ่มขึ้นในเดือนตุลาคมพ.ศ. 2521 และเฮลิคอปเตอร์ได้เข้าประจำการในเดือนมิถุนายนพ.ศ. 2522


ยูเอช-60 แบล็คฮอว์คที่ติดตั้งปืนกลเอ็ม60 ในแอนนาจาฟที่อิรักเมื่อเดือนพฤษภาคมพ.ศ. 2548

   ในปลายปีพ.ศ. 2523 รุ่นได้ถูกพัฒนาเป็นยูเอช-60แอลซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องกำลังที่มากกว่าด้วยเครื่องยนต์ใหม การผลิตในปัจจุบันคือรุ่นยูเอช-60เอ็มจะถูกขยายระยะการใช้งานของแบบยูเอช-60 ไปจนถึงปีพ.ศ. 2563 โดยมีจุดเด่นที่ยังคงเป็นกำลังและการยกที่มากขึ้น ระบบควบคุมการบินและควบคุมการนำร่องแบบใหม่

   การออกแบบ
   เฮลิคอปเตอร์แบล็คฮอว์คสามารถทำภารกิจได้อย่างหลากหลายที่รวมทั้งการขนส่งทหาร สงครามอิเลคทรอนิก และการอพยพทางอากาศ รุ่นที่ออกแบบมาเพื่อบุคคลสำคัญมีชื่อว่าวีเอช-60เอ็นถูกใช้เพื่อขนส่งบุคคลที่สำคัญของรัฐบาลและเฮลิคอปเตอร์ที่ถูกเรียกว่า"มารีน วัน"ที่มีไว้สำหรับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปฏิบัติการจู่โจมทางอากาศมันจะสามารถเคลื่อนย้ายทหารได้ 11 นายพร้อมอุปกรณ์หรือเปลี่ยนตำแหน่งของปืนใหญ่เอ็ม102 ฮาวไอเซอร์ขนาด 105 ม.ม.พร้อมกระสุน 30 นัดและลูกเรืออีกสี่นายได้ภายในครั้งเดียว อีกอย่างหนึ่งคือมันสามารถบรรทุกสินค้าได้ 1,170 กิโลกรัมหรือขนสินค้าแบบห้อยได้ 4,050 กิโลกรัม[6] แบล็คฮอว์คติดตั้งระบบอิเลคทรอนิกอากาศที่ก้าวหน้าและที่ทั้งที่เพิ่มความทนทานและความสามารถอย่างระบบจีพีเอส
   ยูเอช-60 สามารถติดตั้งปีกที่ด้านบนของลำตัวเพื่อบรรทุกถังเชื้อเพลิงหรืออาวุธ ระบบปีกนี้ถูกเรียกว่าอีเอสเอสเอส (external stores support system) มันจะมีที่ติดตั้งสองตำแหน่งบนแต่ละปีกเพื่อบรรทุกถังขนาด 870 ลิตรสองถังและถังขนาด 1,700 ลิตรสองถัง อีเอสเอสเอสยังสามารถบรรทุกอาวุธอย่างจรวด ขีปนาวุธ และแท่นปืนได้ 4,500 กิโลกรัม ระบบดังกล่าวเข้าประจำการในปีพ.ศ. 2529 อย่างไรก็ตามก็พบว่าถังทั้งสี่จะบดบังมุมการยิงของปืนที่บริเวณประตู เพื่อลดปัญหาระบบถังภายนอกหรืออีทีเอส (external tank system) พร้อมปีกที่จะบรรทุกพวกมันจึงถูกสร้างขึ้นมา
   ราคานั้นขึ้นอยู่กับแต่ละแบบเนื่องมาจากความพิเศษ อุปกรณ์ และปริมาณของมัน ตัวอย่างเช่น ยูเอช-60แอล แบล็คฮอว์คของกองทัพบกสหรัฐฯ มีราคา 5.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในขณะที่เอ็มเอช-60จี เพฟฮอว์คของกองทัพอากาศมีราคา 10.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

   ประวัติการใช้งาน
   สหรัฐอเมริกา: ยูเอช-60 ได้เข้าประจำการครั้งแรกพร้อมกับกองพลขนส่งทางอากาศที่ 101 ของสหรัฐฯ ในปีพ.ศ. 2522 ยูเอช-60 ได้เข้าร่วมรบครั้งแรกในการบุกเกรนาด้าของสหรัฐฯ เมื่อปีพ.ศ. 2526 ยูเอช-60 ยังได้ทำหน้าที่ในการบุกปานามาของสหรัฐฯ เมื่อปีพ.ศ. 2532 อีกด้วย ยูเอช-60เอและยูเอช-60แอล แบล็คฮอว์คได้มีส่วนร่วมในสงครามอ่าวเมื่อปีพ.ศ. 2534 ในปีพ.ศ. 2536 แบล็คฮอว์คได้สร้างชื่อเสียงในยุทธการโมกาดิชูในโซมาเลีย แบล็คฮอว์คยังได้ทำหน้าที่ในบอลข่านและเฮติเมื่อปีพ.ศ. 2533 แบล็คฮอว์คยังคงทำหน้าที่ของมันต่อไปในอัฟกานิสถานและอิรัก

ยูเอช-60 ของกองทัพบกสหรัฐฯ ในยุทธการโมกาดิชู

   โคลัมเบีย: โคลัมเบียได้รับยูเอช-60 ลำแรกจากสหรัฐอเมริกาเมื่อปีพ.ศ. 2530 กองทัพบกโคลัมเบีย กองทัพอากาศโคลัมเบีย และสำนักงานตำรวจโคลัมเบียใช้ยูเอช-60 เพื่อเคลื่อนย้ายทหารและเสบียงไปยังที่ที่ยากจะเข้าถึงจากทางบก อย่างการเข้าต่อต้านพวกค้ายาเสพติดและกลุ่มกองโจร นอกจากนี้ก็ยังใช้เพื่อการค้นหาและกู้ภัยและการเคลื่อนย้ายทางการแพทย์อีกด้วย โคลัมเบียยังได้ดัดแปลงให้มันเป็นยูเอช-60 แบบติดอาวุธที่มีปีก

   อิสราเอล: กองทัพอากาศอิสราเอลได้รับยูเอช-60เอ 10 ลำจากสหรัฐเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2537[12] มันมีชื่อเล่นว่า Yanshuf ซึ่งแปลว่านกฮูก ยูเอช-60เอเริ่มเข้ามาแทนที่เบลล์ 212 ของกองกำลังป้องกันอิสราเอล อิสราเอลใช้ยูเอช-60 ทำการรบครั้งแรกในเดือนเมษายน พ.ศ. 2529 เพื่อต่อต้านกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในทางเหนือของเลบานอน
   ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2543 ยูเอช-60 สามลำของกองทัพอากาศอิสราเอลถูกใช้เพื่อเป็นพาหนะของประสันตะปะปาจอห์น พอลที่ 3 เมื่อท่านมาเยือนอิสราเอล อิสราเอลมียูเอช-60 46 ลำเมื่อปีพ.ศ. 2551

   เม็กซิโก: กองทัพอากาศเม็กซิโกได้รับยูเอช-60 เมื่อปีพ.ศ. 2537 ใช้เพื่อขนย้ายกองกำลังพิเศษ ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2552 สหรัฐได้กล่าวว่าจะมอบเฮลิคอปเตอร์และอุปกรณ์อื่นๆ ให้กับเม็กซิโกเพื่อใช้ต่อสู้กับขบวนการยาเสพติดในสงครามยาเสพติดของเม็กซิโก ในเดือนกรกฎาคมและเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2552 ตำรวจกลางของเม็กซิโกได้ใช้ยูเอช-60 ในการเจ้าโจมตีการส่งยาเสพติด

   ตุรกี: ตุรกีได้ใช้ยูเอช-60 ในช่วงการสนับสนุนนาโต้ในอัฟกานิสถานและคาบสมุทรบอลข่าน ยูเอช-60 ยังถูกใช้โดยรัฐบาลเพื่อจัดการกับกลุ่มชาวเคิร์ดที่สร้างความรุนแรงตามแนวชายแดนอิรัก
   แบล็กฮอว์กเป็นเฮลิคอปเตอร์ที่ทางตุรกีใช้มันอย่างกว้างขวาง ตุรกีเองทำโครงการที่พยายามจะสร้างเฮลิคอปเตอร์ของตนเองจำนวน 109 ลำ

   ประเทศอื่นๆ: สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ร้องขอยูเอช-60เอ็ม 14 ลำผ่านทางการขายระหว่างประเทศ ในแพ็คเกจมีทั้งเลเซอร์และเรดาร์เตือนภัยเช่นเดียวกับระบบอาวุธ

   รุ่นต่างๆ
   ยูเอช-60 มีแบบมากมายแตกต่างกันไป กองทัพบกสหรัฐจะใช้รุ่นที่มีปีกติดอยู่ด้วยเพื่อบรรทุกถังเชื้อเพลิงหรืออาวุธเสริม  แบบต่างๆ นั้นจะมีความสามารถแตกต่างกันไปและอุปกรณ์เฉพาะเพื่อทำหน้าที่แตกต่างกันไป

   รุ่นทั่วไป
  ยูเอช-60เอ แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นดั้งเดิมของกองทัพบกสหรัฐที่มีลูกเรือทั้งหมด 4 นาย และผู้โดยสารได้ 11 คน โดยมีเครื่องยนต์ที700-จีอี-700 เป็นขุมกำลัง  มันเริ่มทำการผลิตตั้งแต่ปีพ.ศ. 2520-2532
   ยูเอช-60ซี แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นดัดแปลงสำหรับภารกิจซี2
   ซีเอช-60อี เป็นรุ่นที่มีจุดประสงค์ในการขนย้ายทหารของนาวิกโยธินสหรัฐ
   ยูเอช-60แอล แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นเอที่มีเครื่องยนต์ที700-จีอี-701ซี มีกระปุกเกียร์ที่ทนทานและระบบควบคุมการบินที่ทันสมัย มันถูกผลิตตั้งแต่ปีพ.ศ. 2532-2550
   ยูเอช-60เอ็ม แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นพัฒนาที่มีใบพัดพิเศษพร้อมเครื่องยนต์ที700-จีอี-701ดีโดยให้กำลังสูงสุด 2,000 แรงม้า มันมีกระปุกเกียร์ที่ทนทาน คอมพิวเตอร์ระบบจัดการยานพาหนะร่วม และห้องนักบินที่มีอุปกรณ์แบบใหม่ มันเริ่มทำการผลิตตั้งแต่ปีพ.ศ. 2549  สหรัฐมีแผนที่จะใช้รุ่นนี้แทนที่รุ่งดั้งเดิม

   รุ่นพิเศษ
   อีเอช-60เอ แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นที่มีระบบไฟฟ้าที่ก้าวหน้าและสถานีสำหรับระบบอิเลคทรอนิกสองสถานี
   วายอีเอช-60บี แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นเอที่ดัดแปลงเพื่อใช้เรดาร์และระบบอิเลคทรอนิกอากาศพิเศษ เป็นรุ่นต้นแบบในการใช้ระบบล็อกเป้าจากระยะปลอดภัย
   อีเอช-60ซี แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นเอที่ดัดแปลงมาเพื่ออุปกรณ์อิเลคทรอนิกพิเศษและเสาอากาศด้านนอก
   อียูเอช-60แอล เป็นรุ่นดัดแปลงที่มีอุปกรณ์อิเลคทรอนิกพิเศษสำหรับภารกิจทางอากาศ
   อีเอช-60แอล แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นอีเอช-60เอที่มีการพัฒนาอุปกรณ์มากมาย
   ยูเอช-60คิว แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นเอที่ดัดแปลงมาเพื่อขนย้ายผู้ได้รับบาดเจ็บ
   เอชเอช-60แอล เป็นรุ่นแอลที่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ อุปกรณ์ของมันมีทั้งรอก ระบบช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ ระบบควบคุมตามสภาพแวดล้อม ระบบออกซิเจน และที่นั่งพยาบาล
   เอ็มเอช-60เอ แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นดัดแปลงในด้านระบบอิเลคทรอนิกอากาศ ระบบนำร่องที่แม่นยำ อินฟราเรด และความสามารถในการเติมเชื้อเพลิงทางอากาศ มันมีเครื่องยนต์ที700-จีอี-701 เป็นขุมกำลัง
   เอ็มเอช-60เค แบล็กฮอว์ก เป็นแบบของสหรัฐที่ดัดแปลงมาเพื่อปฏิบัติการพิเศษ
   เอ็มเอช-60แอล ไดเรกแอ็คชั่นเพเนเทรเตอร์ เป็นแบบของสหรัฐที่ดัดแปลงมาเพื่อปฏิบัติการพิเศษ  มันสามารถติดตั้งอาวุธอย่างขีปนาวุธเฮลไฟร์ ปืนกลเอ็ม230 ขนาด 30 ม.ม. จรวดไฮดรา 70 และปืนเอ็ม134ดีที่จะติดตั้งอยู่ตรงประตู
   เอชเอช-60เอ็ม เป็นแบบของสหรัฐที่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์
   ยูเอช-60เอ ราสคาล เป็นแบบดัดแปลงของนาซ่าสำหรับการทดลองระบบใบพัดซึ่งเป็นโครงการมูลค่า 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อใช้ในการศึกษาการเคลื่อนที่ของเฮลิคอปเตอร์ในโครงการพิเศษ
   วีเอช-60ดี ไนท์ฮอว์ก เป็นแบบของนาวิกโยธินสหรัฐ มันยังถูกดัดแปลงเป็นรุ่นเอชเอช-60ดีเพื่อขนย้ายบุคคลสำคัญ มีเครื่องยนต์ที700-จีอี-401ซีเป็นขุมกำลัง
   วีเอช-60เอ็น ไวท์ฮอว์ก เป็นแบบของนาวิกโยธินสหรัฐ มันคือรุ่นเอที่ถูกดัดแปลงโดยมีจุดเด่นคล้ายกับเอสเอช-60บี/เอฟ ซีฮอว์ก  มันถูกใช้เพื่อขนย้ายประธานาธิบดี มันเข้าประจำการเมื่อปีพ.ศ. 2531 และมีทั้งสิ้น 9 ลำที่ทำการส่งมอบ

   รุ่นส่งออก
   ยูเอช-60เจ แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นส่งออกให้กับกองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศของญี่ปุ่น มันยังมีอีกชื่อหนึ่งว่าเอส-70-12 ถูกผลิตภายใต้ใบอนุญาตโดนอุตสาหกรรมมิตซูบิชิ
   ยูเอช-60เจเอ แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นส่งออกให้กับกองกำลังป้องกันตนเองทางบกญี่ปุ่น ถูกผลิตภายใต้ใบอนุญาตโดนอุตสาหกรรมมิตซูบิชิ
   เอเอช-60แอล อาร์เพียร์ 3 เป็นรุ่นส่งออกให้กับโคลัมเบียที่มีการพัฒนาระบบอิเลคทรอนิกอากาศ ระบบการยิง อินฟราเรด เรดาร์ จรวดขนาดเบา และปืนกล มันถูกนำไปพัฒนาโดยกองทัพอากาศโคลัมเบีย เอลบิท และซิคอร์สกี้
   เอเอช-60แอล แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นส่งออกที่ไม่ประสบความสำเร็จ โดยเดิมทีตั้งใจจะขายให้กับกองทัพออสเตรเลียในโครงการเอไออาร์87 ซึ่งคล้ายกับเอเอช-60แอล อาร์เพียร์3
   ยูเอช-60พี แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นส่งออกให้กับสาธารณรัฐเกาหลีซึ่งคล้ายกับยูเอช-60แอล


   เอส-70เอ รุ่นเหล่านี้เป็นรุ่นส่งออกของซิคอร์สกี้
   เอส-70เอ-1 ดีเซิร์ทฮอว์ก เป็นรุ่นส่งออกให้กับซาอุดิอาระเบีย
   เอส-70เอ-แอล1 ดีเซิร์ทฮอว์ก เป็นรุ่นอพยพทางอากาศให้กับซาอุดิอาระเบีย
   เอส-70-5 แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นส่งออกให้กับกองทัพอากาศฟิลิปปินส์
   เอส-70เอ-9 แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นส่งออกให้กับกองทัพบกออสเตรเลีย
   เอส-70-11 แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นส่งออกให้กับกองทัพอากาศจอร์แดน
   S-70-12 แบล็กฮอว์ก เป็นแบบค้นหาและกู้ภัยสำหรับญี่ปุ่น มีอีกชื่อว่ายูเอช-60เจ
   S-70-14 แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นส่งออกให้กับบรูไน
   S-70-16 แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นสำหรับการทดสอบเครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์/เทอร์โบเมก้า อาร์ทีเอ็ม 332
   S-70-17 แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นส่งออกให้กับตุรกี
   ซิคอร์สกี้/เวสท์แลนด์ เอส-70-19 แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นที่สร้างขึ้นภายใต้ใบอนุญาตในสหราชอาณาจักรโดยเวสท์แลนด์ มันมีอีกชื่อว่าดับบลิวเอส-70
   เอส-70-21 แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นส่งออกให้กับอียิปต์
   เอส-70-24 แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นส่งออกให้กับเม็กซิโก
   เอส-70-26 แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นส่งออกให้กับโมรอกโก
   เอส-70-27 แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นส่งออกให้กับฮ่องกง
   เอส-70เอ-42 แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นส่งออกให้กับออสเตรีย
   ***เอส-70เอ-43 แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นส่งออกให้กับกองทัพบกไทย***
   สำหรับรุ่นของซิคอร์สกี้-70 ให้ดูที่เอสเอช-60 ซีฮอว์ก เอชเอช-60 เพฟฮอว์ก และเอชเอช-60 เจย์ฮอว์ก

   
เอส-70เอ-9 แบล็คฮอว์คของกองทัพบกออสเตรเลีย

   ประเทศผู้ใช้งาน
   ออสเตรเลีย
   กองทัพออสเตรเลียมีเอส-70 จำนวน 34 ลำในประจำการ

  ออสเตรีย
   กองทัพอากาศออสเตรียมีเอส-70เอ-42 แบล็คฮอว์ค 9 ลำ

  บาห์เรน

  บราซิล

  โคลอมเบีย
   กองทัพอากาศโคลัมเบียมียูเอช-60เอ/แอล 32 ลำและยูเอช-60แอล อาร์เพีย 3
   กองทัพบกโคลัมเบียมียูเอช-60เอ/แอล 34 ลำ (บวกอีก 15 ลำในการสั่งซื้อ)
   กองตำรวจแห่งชาติ

   ชิลี

   อียิปต์

   อิสราเอล

   ญี่ปุ่น
   กองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศของญี่ปุ่น
   กองกำลังป้องกันตนเองทางน้ำของญี่ปุ่น
   กองกำลังป้องกันตนเองทางบกของญี่ปุ่น

   จอร์แดน

   เกาหลีใต้
   มีเอส-70เอจำนวน 43 ลำและยูเอช-60พีจำนวน 98 ลำ

   โมร็อกโก
   กองทัพโมรอกโคมียูเอช-60แอลจำนวน 2 ลำสำหรับบุคคลสำคัญในประจำการ
 
   เม็กซิโก
   กองทัพอากาศเม็กซิโกได้รับยูเอช-60แอลจำนวน 6 ลำ
   กองตำรวจกลาง


 ฟิลิปปินส์

    จีน

   สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน)
   ซาอุดีอาระเบีย

   ไทย
   กองทัพบกไทยมียูเอช-60แอล แบล็คฮอว์คหรือเอส-70เอ-43(ได้รับการปรับปรุงเป็นยูเอช-60เอ็มแล้วทั้งหมด) จำนวน 8 ลำในประจำการ อยู่ ณ กองบินปีกหมุนที่ 9(ผสม) จังหวัดลพบุรีและปี2010สั่งซื้อ UH60L เพิ่มเติม 3ลำ ในเดือนมกราคม 2011 ได้สั่งซื้อ uh60m black hawk เพิ่มเติม 3ลำ งบประมาณ 3000ล้านบาท ในเดือน กรกฎาคม 2011 ได้สั่งซื้อ UH60M อีก 3ลำพร้อมอะไหลหลายรายการ ในราคา7000ล้านบาท 22 กรกฎาคม 2011 UH 60L ตก 1ลำ ขณะเข้าช่วยลำเลียงร่างของทหารที่เสียชีวิตจาก Uh1 huey ตก

   ตุรกี 
   กองทัพและกองตำรวจแห่งชาติของตุรกีได้รับยูเอช-60เอ/แอล 12 ลำและยูเอช-60แอล 95 ลำ กองทัพบกตุรกีมีเอส-70เอ (ยูเอช-60เอ/แอล) จำนวน 54 ลำเมื่อเดือนพฤศจิกายนพ.ศ. 2551

    สหรัฐอเมริกา
   กองทัพบกสหรัฐฯ ใช้ยูเอช-60 แบล็คฮอว์ค


   อดีตประเทศผู้ใช้งาน
   ออสเตรเลีย
   กองทัพอากาศออสเตรเลียได้รับยูเอช-60แอล แบล็คฮอว์ค (เอส-70เอ-9) จำนวน 39 ลำ พวกมันถูกส่งให้กับกองทัพบกออสเตรเลียในปีพ.ศ. 2532


   รายละเอียดของยูเอช-60 แบล็คฮอว์ค
   http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/3/33/SIKORSKY_UH-60A_BLACK_HAWK.png

ลูกเรือ : 4 นาย
ความจุ : 2,640 ปอนด์สำหรับสินค้าภายใน รวมทั้งทหาร 14 นายและเปลหาม 6 อัน หรือ 8,000 ปอนด์ (ยูเอช-60เอ) และ 9,000 ปอนด์ (ยูเอช-60แอล) สำหรับสินค้าภายนอก
ความยาว : 19.76 เมตร
ความกว้างลำตัว : 2.36 เมตร
เส้นผ่าศูนย์กลางใบพัด : 16.36 เมตร
ความสูง : 5.13 เมตร
น้ำหนักเปล่า : 4,819 กิโลกรัม
น้ำหนักพร้อมบรรทุก : 9,980 กิโลกรัม
น้ำหนักสูงสุดตอนนำเครื่องขึ้น : 10,660 กิโลกรัม
ขุมกำลัง : เครื่องยนต์เทอร์โบชาฟท์ของเจเนรัล อิเลคทริกแบบที700-จีอี-701ซี กำลังขับเคลื่อนเครื่องละ 1,800 แรงม้า
ความเร็วสูงสุด : 295 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ความเร็วในการร่อน : 278 กิโลเมตร/ชั่วโมง
รัศมีทำการรบ : 592 กิโลเมตร
พิสัยในการเคลื่อนย้าย : 2,220 กิโลเมตร
เพดานบินทำการ : 19,000 ฟุต
อัตราการไต่ระดับ : 700 ฟุต/นาที
อัตราน้ำหนักต่อการแรงผลัก : 0.192 แรงม้า/ปอนด์
อาวุธ : ปืนกลเอ็ม240เอชหรือเอ็ม134 ขนาด 7.62 ม.ม.สองกระบอก

   อากาศยานที่เทียบเท่า
   โบอิง-เวอร์ทอล วายยูเอช-61
   ยูเอช-1 ไอโรควอยส์
   มิล เอ็มไอ-8/มิล เอ็มไอ-7
   เอ็นเอชไอ เอ็นเอช90


ห้องนักบินของยูเอช-60 แบล็กฮอว์กจากกองพันทหารม้าที่ 1 ของสหรัฐซึ่งกำลังบินออกจากค่ายทาจิในอิรักเมื่อปีพ.ศ. 2552

อ้างอิงจาก : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

http://www.youtube.com/watch?v=1BIY6R1EAtg   http://www.youtube.com/watch?v=WHhRPASIAZQ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว