มาดูแสนยานุภาพทางทหารในYou Tube กันครับ

<< < (16/24) > >>

HS8EVL:
ASTVผู้จัดการออนไลน์

   สื่อจีนเกทับบลัฟแหลก J-10B เหนือ Su-30 เวียดนาม-อินเดียทุกทาง

   สื่อของทางการจีนได้ออกรายงานในสัปดาห์นี้ โดยนำเครื่องบินรบเอนกประสงค์ J-10 ไปเปรียบเทียบกับ Su-30 ของรัสเซีย ที่ประจำการในเวียดนาม อินเดีย รวมทั้งมาเลเซียกับอินโดนีเซียในปัจจุบัน อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย โดยระบุว่าเครื่องบินรบของจีนที่ปรับปรุงขึ้นใหม่เหนือกว่าในทุกด้าน
      
       นิตยสารข่าวโกลบอลไทมส์ของจีนกล่าวในเว็บไซต์ว่า J-10B ที่พัฒนาใหม่ได้ติดอุปกรณ์และเครื่องมือใหม่ทุกชิ้นไม่ว่าจะเป็นระบบสงครามอีเล็กทรอนิกส์ ระบบควบคุมการบิน และเรดาร์ใหม่ที่สามารถสแกนเป้าหมายได้ไกลกว่า กว้างกว่ารุ่นเก่าและยังลดการสะท้อนเรดาร์ของข้าศึกลง ซึ่งทำให้ "ล่องหน" ได้มากกว่าเดิมอีกด้วย
      
       รายงานของสื่อจีนดูราวกับเป็นความพยามตอบโต้ข่าวในสื่อกลาโหมรัสเซียที่ออกมาสัปดาห์ที่แล้วระบุว่า อินเดียมีปัญหากับการซื้อเครื่องบินรบราฟาล (Rafale) ลอตใหญ่จากฝรั่งศส และหันมาพัฒนา Su-30MKI โดยเพิ่มขีดความสามารถในการติดขีปนาวุธนิวเคลียร์
      
       สื่อรัสเซียรายงานปลายสัปดาห์ที่แล้วเช่นกันว่า เวียดนามกำลังเจรจาซื้อ Su-30 อีก 18 ลำ ทั้งหมดเป็น Su-30KN ที่พัฒนาใหม่ล่าสุด ล้ำหน้ากว่าทุกรุ่นในตระกูล Su-27/30 ในสงครามทางอากาศ ซึ่ง Su-30 รุ่นที่แล้วภายใต้รหัส MK2V เวียดนามเน้นสงครามทางทะเล คือการปราบเรือดำน้ำและทำลายเรือรบข้าศึก
      
       นักวิเคราะห์กลาโหมกล่าวว่า การจัดซื้อ Su-30KN ของเวียดนามสอดคล้องกับการเซ็นซื้อระบบป้องกันทางอากาศล้ำหน้าที่ผลิตในประเทศเบลารุสอีก 20 ชุด นั่นคือ เตรียมรับมือกับ J-20 "สเตลธ์" ของจีน หากเกิดสงครามขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ แต่ไม่มีใครกล่าวถึง J-10 แต่อย่างไร
      
       ความเคลื่อนไหวต่างๆ เหล่านี้ ยังมีขึ้นหลังจากสื่อออนไลน์ภาษาเวียดนามกับสื่อกลาโหมในรัสเซียปูดข่าวว่า ระบบเรดาร์ของเบลารุสที่เวียดนามใช้อยู่ในปัจจุบัน สามารถจับความเคลื่อนไหวของ J-20 ได้ระหว่างการฝึกซ้อมครั้งหนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้กำลังเป็นที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในสื่อออนไลน์
      
       อย่างไรก็ตามโกบอลไทมส์ไม่ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ หากเน้นไปที่ขีดความสามารถใหม่ของ J-10B ซึ่งในปัจจุบันเป็นกำลังหลักของกองทัพอากาศ
      
       สำนักข่าวหว่านเกิว (Hoan Cau) สื่อออนไลน์ภาษาเวียดนามที่ปูดข่าวเรดาร์จับเครื่องบิน J-20 สัปดาห์ก่อนยอมรับว่า หากเทียบกับ J10A กับ J-11 แล้ว J-10B เป็นเครื่องบินรบสมรรถนะสูงสุดของจีนในปัจจุบัน และอาจจะเทียบชั้นราฟาลของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเครื่องบินรบยุค 4++ ได้อีกด้วย

       จีนประสบความสำเร็จในการทดสอบ J-10 ตั้งแต่เดือน ธ.ค.2551 เครื่องต้นแบบออกมามีรูปร่างหน้าตาคล้าย F-16 ของสหรัฐฯ แทบจะทุกกระเบียด แม้ว่ารายละเอียดจะต่างกันอยู่ในหลายจุดก็ตาม จากนั้นก็เริ่มพัฒนา J-10B เพิ่มขีดความสามารถในด้านต่างๆ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการรบ
      
       ขณะเดียวกันสื่อของจีนได้รายงานในสัปดาห์ต้นเดือนนี้ว่า การทดสอบเครื่องบิน J-15 ที่พัฒนาขึ้นเพื่อใช้กับเรือบรรทุกเครื่องบินนั้นได้งวดเข้ามาทุกที จนเกือบจะเดินสายการผลิตได้แล้ว การพัฒนาไปถึงขั้นที่ว่าระบบเรดาร์อะไรต่างๆ ของ J-15 มีประสิทธิภาพสูงกว่าของ Su-33 ต้นแบบอีกด้วย
      
       จีนซื้อโครง Su-33 ที่สหภาพโซเวียตเก่าทิ้งเอาไว้จากสาธารณรัฐยูเครนและนำไปพัฒนาเป็นเครื่องต้นแบบ J-15 ขณะเดียวกันก็ซื้อโครงเรือบรรทุกเครื่องบินวาร์แย็กซึ่งเป็นโครงต้นแบบเดียวกันกับเรือบรรทุกเครื่องบินแอดมิรัลคูซเน็ตซอฟของกองทัพเรือรัสเซียปัจจุบัน แต่โซเวียตสร้างยังไม่แล้วเสร็จและทิ้งเอาไว้ในยูเครน จีนนำไปทำขึ้นใหม่กลายเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินลำแรกของประเทศ
      
       จีนประกาศจะสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินของตนเองในระยะ 10-20 ปีข้างหน้า และพัฒนา J-15 เป็นการเตรียมรับอนาคต
      
       กองทัพเรืออินเดียเป็นอีกแห่งหนึ่งที่มีเรือบรรทุกเครื่องบินที่สร้างจากต้นแบบของโซเวียตเช่นกัน ด้วยความร่วมมือช่วยเหลือจากรัสเซีย ปัจจุบันเรือวิกรมดิฐย์ (INS Vigramaditya) ซึ่งเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 2 อยู่ระหว่างออกแล่นทดสอบระบบต่างๆ ในทะเล
      
       แต่ต่างไปจากรัสเซียที่กำลังจะยกเลิก Su-33 และใช้่เครื่องบินรุ่นใหม่ประจำบนเรือคูซเน็ตซอฟ จีนกำลังพัฒนา "Su-33" เวอร์ชั่นของตนเอง อินเดียเลือกพัฒนามิก-29 (MiG-29) ที่ผลิตในประเทศ ประจำเรือบรรทุกเครื่องบินลำล่าสุด.


ภาพจาก Wikipedia เครื่องบินรบเอนกประสงค์ J-10 "มังกรคะนอง" รุ่นแรก กำลังทะยานขึ้นจากสนามบินแห่งหนึ่งที่ไม่ได้ระบุชื่อและที่ตั้ง ทันทีที่แจ้งเกิดก็ได้เกิด และเป็นที่ฮือฮาเนื่องจากมีหน้าตาไปละม้ายคล้ายกับ F-16 ของสหรัฐฯ แต่ในวันนี้จีนได้ลบข้อครหาทั้งหมด พัฒนา J-10 จนถึงเวอร์ชั่น B1ซึ่งติดอุปกรณ์ใหม่เอี่ยมทั้งหมด แต่ไม่ทราบด้วยเหตุผลใดที่จู่ๆ สื่อของทางการก็นำเอาเครื่องบินรุ่นนี้ ซึ่งปัจจุบันเป็นกำลังหลักของกองอากาศ ไปเกทับบลัฟแหลก Su-30 ของรัสเซียที่เวียดนาม อินเดีย อินโดนีเซียและมาเลเซียมีประจำการในปัจจุบัน.




ภาพจาก Wikipedia เครื่องบินรบเอนกประสงค์ J-10 ของกองทัพอากาศจีนอีกลำหนึ่ง ที่สนามบินแห่งหนึ่งที่ไม่เปิดเผยชื่อ สื่อของทางการกล่าวในสัปดาห์นี้ว่า J-10B1 ที่พัฒนาใหม่ล่าสุดเหนือกว่า Su-30 ทุกลำในย่านนี้ นักวิเคราะห์มองว่าสื่อของจีนกำลังพยายามตอบโต้ข่าวที่อินเดียหันมาพัฒนา Su-30 เพื่อให้ติดอาวุธนิวเคลียร์ได้ และเวียดนามกำลังเจรจาซื้อ Su-30KN อีก 18 ลำ เป็น "รุ่นท็อป" ของซีรีส์นี้จากรัสเซีย คราวนี้เพื่อสงครามทางอากาศโดยเฉพาะ.




เครื่องบินรบเอนกประสงค์ Su-30 ของกองทัพอากาศเวียดนาม ซึ่งสื่อออนไลน์ในจีนนำไปตีพิมพ์เผยแพร่เมื่อต้นปีนี้ เพียงข้ามเดือนหลังได้รับจากรัสเซียลอตสุดท้าย 8 ลำที่สั่งซื้อในปี 2552 เจ้าหมายเลข ซึ่งลำที่ติดหมายเลข 8536 นี้เป็นลำที่สองในกลุ่ม Su-30MK2V ที่เวียดนามสั่งเพิ่มอ็อพชั่น เพื่อสงครามทางทะเลโดยเฉพาะ สื่อจีนรายงานในสัปดาห์นี้ J-10B "มังกรทะยาน" รุ่นที่พัฒนาล่าสุดของตนเหนือกว่าทุกทาง.  



 

เครื่องบินรบเอนกประสงค์ Su-30KN ปล่อยจรวดนำวิถี Kh-29TE แบบอากาศสู่พื้นเพื่อทำลายเป้าหมายขนาดใหญ่ เช่นโรงงาน ถนน สะพานหรือรถไฟของฝ่ายข้าศึก นอกจากภารกิจหลักในการทำสงครามทางอากาศแล้ว Su-30 เวอร์ชั่นนี้ยังใช้ในภารกิจโจมตีเป้าหมายภาคพื้นดินด้วยเหมือนกัน สื่อในรัสเซียรายงานปลายสัปดาห์ที่แล้วว่าเวียดนามกำลังเจรจาซื้อจากรัสเซียจำนวน 18 ลำ ซึ่งนักวิเคราะก์มองว่าเป็นการเตรียมรับมือ J-20 "สเตลธ์" ของจีน.  


  

เครื่องบิน Su-30MKI ของกองทัพอากาศอินเดีย 2 ลำ สื่อของจีนกล่าวว่า เครื่องบินรบรัสเซียตระกูล Su27/30 แพ้ J-10 รุ่นล่าสุดแบบหลุดลุ่ยทุกทาง แต่สื่อในรัสเซียรายงานก่อนหน้านี้ว่า อินเดียกำลังหันมาพัฒนา Su-30 รุ่นใหม่โดยขอลิขสิทธิ์ผลิตเองและเพิ่มขีดความสามารถให้ติดขีปนาวุธนิวเคลียร์ได้.  
 
 

http://www.youtube.com/watch?v=ce3YDhDyKNc  http://www.youtube.com/watch?v=XDhnZIx-hwc

http://www.youtube.com/watch?v=XDhnZIx-hwc  http://www.youtube.com/watch?v=5RcUsPOlJb4

HS8EVL:
ASTVผู้จัดการออนไลน์

         จับตาจรวดรุ่นใหม่รัสเซีย นัดเดียวรถถัง-บังเกอร์กระจุย

         ผู้ผลิตในรัสเซียได้นำอาวุธยุทโธปกรณ์ทันสมัยหลายชนิด ออกแสดงในงานเทคโนโลยีวิศวกรรม 2012 ที่สนามบินซูคอฟสกีชานกรุงมอสโกในขณะนี้ และมีการยิงโชว์จรวดต่อสู่รถถังรุ่นใหม่รุ่นหนึ่งที่มีอานุภาพในการทำลายสูง สามารถเจาะเกราะหนาของรถถังหรือทำลายบังเกอร์ที่สร้างเอาไว้อย่างแน่นหนาได้ เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาผู้ชม
       
       วิดีโดคลิปสั้นๆ ที่เผยแพร่โดยสำนักข่าวโนวอสติสัปดาห์นี้ แสดงการยิงทำลายถังกับบังเกอร์ด้วยจรวดชนิดประทับไหล่ยิง ขนาดเล็กเท่าๆ กับเครื่องยิงระเบิดอาร์พีจี125 มม. พกพาสะดวก ใช้ง่ายและอานุภาพสูงมาก คลิปแสดงให้เห็นรถถังเป้าหมายถูกทำลายเป็นเศษเหล็กทั้งคัน เช่นเดียวกันกับบังเกอร์คอนกรีตที่ถูกแรงระเบิดทำลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยในพริบตา
       
       "มิใช่ทุกชนิดที่สามารถทำลายเป้าหมายขนาดนั้นได้ด้วยการยิงเพียงครั้งเดียว (จรวด) บางชนิดยังมักจะยิงพลาดอีกด้วย" โนวอสติกล่าวถึงคุณสมบัตคิของอาวุธชิ้นล่าสุด ซึ่งมีรัศมีระยะการยิงไกลถึง 1,600 เมตร
       
       ไม่มีการเปิดเผยชื่อจรวดต่อสู้รถถังรุ่นใหม่นี้ ตลอดจนระบบนการทำงาน รวมทั้งราคาค่างวด แต่อาวุธชิ้นใหม่อาจจะได้รับความสนใจจากเกือบ 20 ประเทศ รวมทั้งลูกค้าอาวุธรัสเซียในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย สำนักข่าวรัสเซียรายงานในเว็บไซต์โดยไม่ระบุชื่อประเทศ
       
       นอกจากค่ายคอมมิวนิสต์เวียดนามกับอินเดียซึ่งเป็นลูกค้าเก่าแก่แล้ว มาเลเซียกับอินโดนีเซียด็เป็นลูกค้ารายใหญ่อาวุธรรัสเซียเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือเมื่อต้นปีนี้มาเลเซียได้สั่งซื้อจรวดนำวิถีทันสมัยเพื่อติดตั้งในเครื่องบินรบ Su-30 กับ Mig-29 ของกองทัพอากาศ กับอาวุธเบาอีกหลายชนิดรวมมูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์ มาเลเซียกำลังพิจารณาจัดซื้ออาวุธต่อสู้รถถังจากรัสเซียอีกด้วย
       
       อินโดนีเซียก็เป็นลูกค้าเครื่องบินและอาวุธรัสเซียอีกหลายชนิดเพียงแต่ว่าเมื่อต้นปีนี้ได้ตัดสินใจเปลี่ยนรถถังหลักของกองทัพบกไปเป็นรุ่นเลโอพาร์ด 26A ที่ผลิตในเยอรมนี โดยซื้อต่อจากเนเธอร์แลนด์ถึง 100 คัน เพื่อใช้แทนรถถังที่ผลิตในรัสเซียรุ่นเก่า
       
       กองทัพอินโดนีเซียกล่าวว่านอกจากภารกิจในการป้องกันประเทศแล้ว รถถังเหล่านี้ยังจะนำเข้าใชในการปราบปรามขบวนการแยกดินแดนกับขบวนการก่อการร้ายข้ามชาติอีกด้วย
       .
http://www.youtube.com/watch?v=tbsCR7J9qGg     

       แต่ในขณะเดียวกันกองทัพบกอินโดนีเซียก็กำลังพิจารณาจัดซื้ออาวุธต่อสู้รถถัง และ อุปกรณ์ที่ผลิตในรัสเซียก็เป็นหนึ่งในทางเลือก
       
       งานเทคโนโลยีวิศวกรรมจัดขึ้นทุกสองปี โดยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 โดยหมุนเวียนจัดสลับกับงานมอสโกแอร์โชว์ซึ่งเป็นเรื่องของเครื่องบินกับอากาศยานต่างๆ รวมทั้งอาวุธต่อสู้อากาศยานด้วย
       
       อย่างไรก็ตามสินค้าของรัสเซียกำลังเผชิญกับอาวุธจากยุโรปตะวันตกที่ราคาถูกลงเนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ในขณะนี้ นักวิเคราะห์กล่าวว่านับเป้นโอกาสเหมาะสำหรับประเทศกำลังพัฒนาที่จะได้ใช้อาวุธคุณภาพดีราคาถูกลงในภารกิจป้องกันประเทศ
       
       งานเทคโนโลยีวิศกรรมปีนี้ผู้ผลิตทั้งในรัสเซียและค่ายยุโรปตะวันออก นำยานยนต์รุ่นใหม่ออกแสดงหลายรุ่น และยังมีอากาศยานอีกจำนวนหนึ่งไปร่วมงานเช่นกัน

HS8EVL:
ASTVผู้จัดการออนไลน์

   เปิดตัว Yak-130 ขฝ.ล้ำยุค เวียดนาม มาเลย์ ไทย เข้าคิวยาว

   บริษัทผู้ผลิตในรัสเซีย กำลังจะนำเครื่องบินฝึกล้ำยุค ยาค็อฟเลวา (Yakovleva) Yak-130 ขึ้นบินโชว์สัปดาห์หน้านี้ ในงานแสดงนิทรรศการอากาศยานที่ฟาร์นโบโรห์ แอร์โชว์ 2012 (Farnborough Air Show 2012) ในประเทศอังกฤษ จะเป็นครั้งแรกที่ลูกค้าจะได้เห็นของจริง หลังจากผู้ผลิตเผยแพร่ข่าวออกมาเป็นระยะๆ ตั้งแต่ปีที่แล้ว
      
       บฝ.แย็ก-130 “ยาคอฟเลฟ” จะไปบินสาธิตในงานนี้พร้อม “ของแข็ง” จากค่ายรัสเซียอีกหลายรายการ ซึ่งรวมทั้ง MiG-35 รุ่นปรับปรุงใหม่ กับ Su-35 เครื่องบินยุคที่ 4++ อันเป็นที่กล่าวถึงมากที่สุดในวงการป้องกันทางอากาศขณะนี้ด้วย ซึ่งคาดว่า จะมีเงินสะพัดถึง 4,000 ล้านดอลลาร์ ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจยุโรปจะยังลูกผีลูกคนอยู่ก็ตาม
      
       แย็ก-130 คือเครื่องบินฝึกขับไล่โจมตีไอพ่นความเร็วเหนือเสียงแบบ 2 ที่นั่ง ที่ได้ชื่อว่าล้ำหน้ามากที่สุดในปัจจุบัน ติดระบบอิเล็กทรอนิกส์ ระบบเรดาร์ที่ก้าวหน้า มีระบบเลียนแบบเครื่องบินรบยุคที่ 4++ และ ยุคที่ 5 ครบเครื่อง ติดระบบอาวุธจริง ปฏิบัติการโจมตีได้จริงเช่นเครื่องบินรบ
      
       แย็ก-130 รุ่นก่อนนี้ เป็นเครื่องบินเจ็ตสำหรับฝึกอย่างเดียว (Jet Trainer)
      
       บริษัทผู้ผลิตเครื่องบินเอียร์คุต (Irkut) ผลิต Yak-130 ขึ้นมา สำหรับฝึกนักบินกองทัพอากาศรัสเซีย เพื่อเตรียมรับ Su-35 กับ T-50 PAK FA เครื่องบินรบยุคที่ 5 ที่ใช้เทคโนโลยี “ล่องหน” (Stealth) ที่จะเข้าประจำการในปีข้างหน้านี้ พร้อมผลิตอีกเวอร์ชันหนึ่งสำหรับส่งออก
      
       บฝ.รุ่นใหม่เอี่ยมนี้ได้ชื่อเป็น “เครื่องบินฝึกขับไล่โจมตี” (Combat Jet Trainer) ออกแบบมาสำหรับฝึกนักบินไอพ่นของทุกค่าย ทั้งเครื่องบินรบยุคที่ 4+ ไม่ว่าจะใหม่หรือเก่า และเครื่องบินรบยุคที่ 5 ที่ทยอยเข้าประจำการกองทัพอากาศของหลายประเทศขณะนี้ สำนักข่าวโนวอสติของรัสเซียรายงาน
      
       บริษัทเอียร์คุต (Irkut) ผู้ผลิตคาดว่า ในระยะไม่กี่ปีข้างหน้าจะต้องทำ Yak-130 ออกมาอย่างน้อย 250 ลำ เพื่อสนองความต้องการของลูกค้าที่มีอยู่ทั่วโลกทั้งอเมริกาเหนือ-ใต้ ยุโรป เอเชีย และแอฟริกา รวมทั้ง 65 ลำแรกของกองทัพอากาศรัสเซียด้วย
      
       ในย่านเอเชีย เวียดนามเป็นลูกค้ารายแรกๆ โดยสั่งซื้อ Yak-130UBS จำนวน 12 ลำ ปีที่แล้ว และมีกำหนดส่งมอบลำแรกในปี 2558 เพื่อนำเข้าใช้แทน L-39 “อัลบาทรอส” ที่ใช้งานมานาน



รูปทรงของ Yak-130UBS ในภาพนี้อาจจะผิดสัดส่วนดูอ้วนเทอะทะ แต่ประสิทธิภาพล้นพ้น เป็นเครื่องบินเจ็ตฝึกขับไล่โจมตี (Combat Jet Trainer) ความเร็วเหนือเสียง รัสเซียสร้างขึ้นมาฝึกนักบินสำหรับเครื่องบินรบยุคที่ 4+ กับยุคที่ 5 พวก "สเตลธ์" ของค่ายต่างๆ ปีสองปีมานี้คิวจอง Yak-130 รุ่นใหม่ยาวเหยียด เวียดนามกับเพื่อนบ้านแถบนี้ล้วนหมายตา ซื้อมาใช้แทน ขฝ. L-39 ที่รับใช้ทัพฟ้ามานาน ตกไปแล้วก็มี.

http://www.youtube.com/watch?v=KFivW_Q_qso

      ลูกค้าในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังรวมทั้งมาเลเซียซึ่งมีแผนการจัดซื้อระหว่าง 18-24 ลำ กับประเทศไทยอาจจะซื้อ 6-12 ลำ ระหว่างปี 2558-2570 เพื่อใช้แทน L-39 “Albatros” ส่วนฟิลิปปินส์ที่แจ้งความประสงค์จะซื้อเพื่อใช้แทน Yak-130 รุ่นเจ็ตเทรนเนอร์ธรรมดา โนวอสติยังรายงานอีกว่าในปีข้างหน้านี้ Yak-130 มีลูกค้ารอส่งมอบอีกกว่า 10 ประเทศ
      
       ฟาร์นโบโรห์ แอร์โชว์จัดขึ้น 2 ปีต่อครั้ง สลับกันกับปารีส แอร์โชว์ (Paris Air Show) ที่สนามบินเลอบูร์เฌ ใกล้กับเมืองหลวงฝรั่งเศส และถึงแม้ว่าทั้งสองงานนี้จะมุ่งเน้นไปที่การแสดงอากาศยานเพื่อการคมนาคมขนส่งรุ่นใหม่ๆ เพื่อใช้ในกิจการพลเรือนเป็นหลัก แต่ทุกๆ ปี ก็จะมีเครื่องบินรบ และอากาศยานที่ใช้ในด้านกลาโหมชนิดอื่นๆ ตลอดจนเครื่องมืออุปกรณ์การบินทันสมัยไปร่วมออกงานด้วยเสมอมา ครั้งนี้ก็เช่นกัน
      
       อย่างไรก็ตาม งานอากาศยานระดับโลกย่อมหนีไม่พ้นโบอิ้ง กับแอร์บัส สองผู้ผลิตคู่แข่งหลักของโลก แต่ขณะเดียวกัน ผู้เจ้าชมจำนวนไม่น้อยก็เลือกที่จะจับตาผลงานของผู้ผลิตรายเล็กจากแคนาดา และบราซิล ที่แทรกตัวเข้างานนี้ทุกปี
      
       โบอิ้งกำลังจะนำ F/A18 “ซูเปอร์ฮอร์เน็ต” เครื่องบินรบยุค 4++ รุ่นใหม่เอี่ยมออกบินโชว์ พร้อมกับ V-22 “ออสเปรย์” อากาศยานรูปทรงประหลาด แต่สารพัดประโยชน์ ค่ายสหรัฐฯ ยังนำ F-16 “เหยี่ยวประจัญบาน” บล็อกใหม่ กับ C-130J รุ่นใหม่ออกแสดงด้วย เช่นเดียวกันกับค่าย SAAB ซึงจะไม่พลาด นำ JAS-39 “กริพเพ่น” เครื่องบินรบคุณภาพสูงในราคาที่เป็นมิตรออกงานด้วย
      
       ข่าวล่าสุดในสัปดาห์นี้ก็คือ แอร์บัสอาจจะไม่สามารรถนำ A400M เครื่องบินลำเลียงขนส่งทหารขึ้นบินโชว์ได้ เพราะติดขัดเรื่องเทคนิคที่สำคัญเกี่ยวกับเครื่องยนต์ และโบอิ้งก็อาจจะไม่สามารถนำ 737MAX ขึ้นบินสาธิตได้ แต่จะได้เห็น 737-800 ลำใหม่ของโคเรียน แอร์ไลน์กับ 747-8 ลำตัวยาวไปออกงาน
      
       ขณะเดียวกัน ฝูงบินผาดโผน Su-27 “รัสเชี่ยนไนท์” ของรัสเซียกำลังรอใบอนุญาตจากกระทรวงกลาโหมจนนาทีสุดท้าย และอาจจะไปถึงฟาร์นโบโรห์ช้ากว่าทุกปี โนวอสติรายงาน
      
       รัสเซียกำลังจะนำเฮลิคอปเตอร์ 2-3 รุ่น ออกแสดง รวมทั้ง Mi-17 อากาศยานปีกหมุนที่ขายดีที่สุดในในโลก ซึ่งมีทั้งรุ่นที่ผลิตใช้ในกิจการพลเรือน กับรุ่นผลิตเพื่อใช้ในกองทัพ

Su-35 ออกอวดสายตาแฟนๆ
http://www.youtube.com/watch?v=3iQXPXiglC0   http://www.youtube.com/watch?v=ItSAPdmFFuY      

       ค่ายซูคอยจะนำ Superjet 100 ไปบินแก้ตัวอีกครั้ง หลังจากเครื่องบินสาธิตลำหนึ่งบินชนภูเขาในอินโดนีเซียใน เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ผู้โดยสารลูกเรือกว่าครึ่งร้อยเสียชีวิตทั้งหมด แต่ซูคอยบอกว่า ไม่น่าจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ และการตลาด เนื่องจากอุบัติเหตุดังกล่าว ไม่ได้เกิดจากความบกพร่องของเครื่องบิน
      
       นอกจากนั้น โรงงานผลิตเครื่องบินรบของซูคอยกำลังจะนำ Su-35 ขึ้นประกาศศักดาอีกครั้งหนึ่ง รวมทั้ง MiG-35 กับอีกรุ่นหนึ่งคือ Su-32 ซึ่งเป็นเวอร์ชันสำหรับส่งออกของเครื่องบินรบ Su-34 และ ขาดไม่ได้คือ T-50 “สเตลธ์”
      
       เครื่องบินรบ Su-35 กำลังจะออกงานใหญ่อวดสายตาตะวันตก หลังจากรัสเซียตัดสินใจเมื่อต้นปีนี้ไม่ขายให้จีน หลังจากการเจรจาที่ดำเนินมาปีเศษไม่เป็นผล ผู้บริหารของซูคอยเปิดเผยในแอร์โชว์ในรัฐปีนัง มาเลเซียเมื่อต้นปีนี้
      
       สื่อกลาโหมในรัสเซียรายงานเวลาต่อมาว่า เวียดนามอาจจะเป็นลูกค้ารายแรกของ Su-35 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้.


Yak-130      
http://www.youtube.com/watch?v=VzsraZu2oDI  http://www.youtube.com/watch?v=9l98c8SZO4c

http://www.youtube.com/watch?v=6utHkjOO8S0  http://www.youtube.com/watch?v=D_UHVhvpgCA

http://www.youtube.com/watch?v=Dpwzr_ajFuk  http://www.youtube.com/watch?v=eK13vfEFHbU

HS8EVL:
ASTVผู้จัดการออนไลน์

   สื่อนอกประโคมข่าว ไทยเป็นชาติแรกในอาเซียนทุ่มเงินซื้อ “แบล็กฮอว์ก” รุ่นล่าสุดใช้งาน

   เอเจนซีส์/ASTVผู้จัดการออนไลน์ - สื่อต่างประเทศรายงาน ซิกอร์สกี แอร์คราฟต์ คอร์ปอเรชัน บริษัทผู้ผลิตเครื่องบินสัญชาติอเมริกันออกมายืนยัน บรรลุข้อตกลงขายเฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์ก รุ่นยูเอช-60 เอ็ม จำนวน 2 ลำให้แก่กองทัพบกของไทยเรียบร้อยแล้ว ส่งผลให้ไทยจะกลายเป็นประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ชาติแรกที่มีเฮลิคอปเตอร์รุ่นดังกล่าวซึ่งถือเป็นรุ่นที่ทันสมัยที่สุดในตระกูลแบล็กฮอว์กไว้ใช้งาน
       
       รายงานข่าวของสื่อต่างประเทศซึ่งอ้างคำแถลงของบริษัท ซิกอร์สกี แอร์คราฟต์ คอร์ปอเรชัน (เอสเอซี) ที่มีฐานอยู่ในเมืองสแตรทฟอร์ด มลรัฐคอนเนตทิคัต ของสหรัฐฯ ระบุว่า ข้อตกลงซื้อขายเฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์ก รุ่นยูเอช-60 เอ็ม จำนวน 2 ลำดังกล่าวให้แก่กองทัพบกของไทยนั้น ได้กระทำผ่านช่องทางการขายอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหารให้แก่ต่างชาติ (Foreign Military Sales : FMS) ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) แต่ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดด้านราคาแต่อย่างใด
       
       ด้านซาเมียร์ เมห์ตา ประธานของซิกอร์สกี มิลิแทรี ซิสเต็มส์ ออกมาเปิดเผยว่า นอกเหนือจากประเทศไทยแล้ว ทางบริษัทมั่นใจว่าจะมีประเทศอื่นๆ ให้ความสนใจในแบล็กฮอว์ก รุ่นยูเอช-60 เอ็มมากขึ้น
       
       สื่อต่างประเทศยังรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ประเทศไทยก็ถือเป็นประเทศแรกอีกเช่นเดียวกันที่สั่งซื้อเฮลิคอปเตอร์อเนกประสงค์แบบแบล็กฮอว์ก รุ่นเอ็มเอช-60 เอส จำนวน 2 ลำ เพื่อนำไปใช้งานในกองทัพเรือของไทย


http://www.youtube.com/watch?v=d5bhzuEd-fE http://www.youtube.com/watch?v=qmNnLylgpgY

http://www.youtube.com/watch?v=UaZzNE_9aMU  http://www.youtube.com/watch?v=HqQTsKorpis

HS8EVL:
ASTVผู้จัดการออนไลน์  

    ข่าวดีสำหรับนักชอปเชียงกง เช็กฯ โละ T-72 กว่าร้อยคัน


รถถัง T-72MBT ทำเป็นอนุสรณ์เอาไว้ที่หน้าโรงงานผลิต ตั้งแต่แต่คันแรกแล่นออกจากโรงงานแห่งนี้ในช่วงทศวรรษที่ 1970 เป็นต้นมาถึงปัจจุบันมีการผลิตออกจากแหล่งต่างๆ ราว 35,000 คัน ยังไม่นับรุ่นที่ก๊อปปี้เอาไปโดยไม่มีลิขสิทธิ์ ปืนใหญ่ 125 มม.ของ T-72 ทำให้มันเป็นรถถังที่น่าเกรงขามมากที่สุดอีกรุ่นหนึ่ง และก็ยังใช้เป็นรถถังหลักในกองทัพของหลายประเทศรวมทั้งอินเดียด้วย รัสเซียในปัจจุบันได้พัฒนาต่อมาเป็น T-84 กับ T-90 โดยใช้พื้นฐานจาก T-72 ทั้งสิ้น สาธารณเช็กกำลังจะปลดประจำการถึง 134 คัน เป็นข่าวที่น่าสนใจสำหรับประเทศกำลังพัฒนาที่กำลังมองหาของดีราคาถูก.

    ASTVผู้จัดการออนไลน์ - กระทรวงกลาโหมประเทศสาธารณรัฐเช็ก กำลังเตรียมการปลดประจำการรถถังหนัก (Main Battle Tank) แบบ T-72 เพื่อนำรุ่นใหม่เข้าใช้แทน และพร้อมที่จะจำหน่ายในรูปแบบการส่งออก ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายของประเทศนี้ โดยจะมอบหมายให้บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งทำการอัปเกรดเสียก่อน ซึ่งอาจจะใช้เวลาประมาณ 2 ปี นั่นเป็นเวลาที่มากพอสำหรับนักชอปปิ้งอาวุธเก่าทั้งหลายในการเตรียมการ
      
        มีรายงานเรื่องนี้ในเว็บไซต์นิตยสาร Jane's Guide ประจำเดือน ก.ค.นี้ อ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวกระทรวงกลาโหมเช็ก ซึ่งคาดว่าจะได้รับความสนใจจากประเทศในแอฟริกาอย่างมาก แต่ข่าวกลาโหมของเว็บไซต์ Lenta.Ru บอกว่า ลูกค้าอาวุธใช้แล้วยังรวมทั้งบางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย
      
        นี่คือ รถถังที่ดี่เยี่ยมที่สุดรุ่นหนึ่งของโลก ซึ่งว่ากันว่า โซเวียตเมื่อก่อนนี้ผลิตขึ้นมาเพื่อ “สงครามโลกครั้งที่ 3” โดยเฉพาะ ค่ายคอมมิวนิสต์ใหญ่เตรียมพร้อมรับมือกับการรุกรบใดๆ ของกลุ่มนาโต้ในยุคสงครามเย็น
      
        T-72 ที่อัปเกรดใหม่ ติดเครื่องมืออุปกรณ์ทันสมัย พ่วงเขี้ยวเล็บใหม่ๆ เข้ากับปืนใหญ่ขนาด 125 มม. ของเดิม จะทำให้รถถังมมือสองรุ่นนี้สามารถรับมือกับการรบใดในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี นักวิเคราะห์ด้านอาวุธกล่าว
      
        ไม่มีรายละเอียดว่าสาธารณรัฐเช็กกำหนดราคารถถังเก่าที่กำลังจะปลดประจำการทั้ง 134 คัน แต่เว็บไซต์ Jane's Guide กล่าวว่า กำลังมีการเจรจาซื้อขายเรื่องนี้กับรัฐบาลแอลจีเรีย ซึ่งไม่ได้ระบุเกี่ยวกับจำนวนเช่นกัน
      
        เมื่อปลดประจำการจำนวนดังกล่าวออกไป จะทำให้กองทัพสาธารณรัฐเช็กจะยังคงรถถังรุ่นนี้เอาไว้เพียง 40 คันเท่านั้น และจะปรับแต่ง-อัปเกรดให้ทันสมัยขึ้น ซึ่งตามแผนการแล้ว จะโละทั้ง 134 คันตั้งแต่ปี 2554 แต่ปัญหาเกี่ยวกับงบประมาณทำให้ต้องเลื่อนออกมาดำเนินการปีนี้ Lenta.RU กล่าว
      
        หลังแยกตัวออกจากค่ายคอมมิวนิสต์หลังม่านเหล็กโซเวียตในปี 2533 ประเทศเชโกสโลวะเกียในตอนนั้น มีรถถังอยู่ถึง 3,000 คัน หลากชนิดหลากรุ่น ต่อมา ในปี 2536 เมื่อแยกตัวออกมาเป็นสาธารณรัฐเช็ก ประเทศนี้ได้รับรถถังเป็นมรดกตกทอดจำนวน 1,600 คัน
      
        ยังไม่ทราบว่า “ลูกค้าในเอเชีย” ของรถถังเช็กเป็นประเทศใด แต่ประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในบรรดาประเทศที่นิยมซื้ออาวุธทั้งเก่า และใหม่ รวมทั้งเรือดำน้ำเก่าแสนเก่าจากเยอรมนี ที่ถูกเรียกว่า “เรือดำน้ำเชียงกง” ด้วย และในปัจจุบัน กองทัพบกไทยยังพันตูอยู่กับยานลำเลียงพลหุ้มเกราะรุ่นหนึ่งที่เพิ่งส่งมอบเมื่อเร็วๆ นี้ แต่เป็นของใหม่จากสาธารณรัฐยูเครน
      
        เมื่อต้นปีนี้ อินโดนีเซียพิจารณารถถังรุ่นใหม่ของรัสเซียเช่นกัน แต่แล้วก็ตัดสินใจซื้อรถถังเลโอพาร์ดที่ใช้งานแล้วถึง 300 คัน จากประเทศเนเธอร์แลนด์ นั่นคือรถถังคุณภาพเยี่ยมที่ผลิตในเยอรมนี และเมื่อ 3 ปีที่แล้ว กัมพูชาซื้อรถถัง T-55 กับยานลำเลียงพลจากยูเครนร่วม 100 คัน
      
        รถถัง T-72 มีต้นกำเนิดในสหภาพโซเวียต นับตั้งแต่คันแรกแล่นออกจากโรงงานผลิตในทศวรรษที่ 1970 จนถึงวันนี้ มีการผลิตเวอร์ชันต่างๆ ออกมากว่า 35,000 คัน เป็นอีกรุ่นหนึ่งที่ผลิตออกมาที่สุดในโลกรองจากซีรีส์ T-54 กับ T-55 เท่านั้น เริ่มแรกทำออกมาเพื่อใช้ในกลุ่มวอร์ซอว์ แต่ต่อมาหลายประเทศในค่ายคอมมิวนิสต์ใหญ่ได้แยกผลิตเอง ทำให้ T-72 มีหลากหลายรุ่นเฉพาะ (Sub-type) ทั้งที่มีลิขสิทธิ์และก๊อบปี้ไปโดยไม่มีลิขสิทธิ์รวมทั้งในจีนด้วย
      
        
T-72 ฉบับสาธารณรัฐเช็ก

(โปรดคลิกที่วิดิโอเพื่อชมใน Youtube)

http://www.youtube.com/watch?v=O3SowG4rFz8



ประชัน T-80, T-90 "รุ่นน้อง"
http://www.youtube.com/watch?v=DA8uXzxLqx0


       การแยกผลิตทำให้ T-72 ออกมาหลากหลายมาตรฐานความปลอดภัย และสมรรถนะ รวมทั้งเกราะหุ้มที่เดิมเป็นเหล็กกล้า แต่ในปัจจุบัน เปลี่ยนมาใช้วัสดุผสม (Composite Material) ที่ช่วยลดน้ำหนักของรถลงได้มาก นอกจากนั้น ระบบอาวุธ กับระบบชี้เป้าต่างๆ ก็ออกมาต่างกันด้วย
      
        ได้ชื่อเป็นรถถังดีที่สุดรุ่นหนึ่งของโลก เป็นพื้นฐานในการพัฒนามาเป็น T-84 และ T-90 ของรัสเซียในยุคปัจจุบัน แต่ชิ้นส่วนหลายชิ้นของ T-72 ที่ผลิตจากแหล่งต่างกัน ไม่สามารถใช้ร่วมกันได้ ซึ่งจะเป็นปัญหาในเรื่องการซ่อมบำรุงระยะยาว
      
        ในช่วงทศวรรษที่ 1980 เชโกสโลวะเกีย พัฒนา T-72 ออกมาเป็น T-84 และส่งขายให้แก่หลายประเทศทั่วโลก ปัจจุบัน หลายประเทศรวมทั้งโปแลนด์ ยูเครน รัสเซีย รวมทั้งแอลจีเรีย และอินเดียก็ยังใช้ T-72 ที่อัปเกรดขึ้นมาใหม่ เป็นรถถังหลักของกองทัพ
      
        ตามรายงานของสื่อกลาโหม ปัจจุบันสาธารณรัฐเช็กอัพเกรดรถถังหลักของกองทัพขึ้นมาถึง T-72M4 CZ แล้วทั้งระบุด้วยว่า เป็น "รถถังยุคที่ 4" เช่นเดียวกับ A1 "เอบรามส์" ของสหรัฐฯ และ T-90 ของรัสเซีย และอีกหลายรุ่นของโลกตะวันตก แต่เรื่องนี้ยังต้องผ่านการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญของนาโต้ด้วย แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับ T-72 รุ่นที่สาธารณรัฐเช็กกำลังจะปลดประจำการนี้.

   ของดีจากหลังม่านเหล็ก

Military-Today.Com









นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว